Page 3 of 3

WE WERE SOLDIERS (2002): เรียกข้าว่าวีรบุรุษ

We Were Soldiers เป็นภาพยนตร์สงครามอเมริกันปี 2002 กำกับโดยแรนดัลวอลเลซและนำแสดงโดยเมลกิบสัน จากหนังสือ We Were Soldiers Once … and Young (1992) โดยพลโท (เกษียณ) Hal Moore และนักข่าว Joseph L.
ในปีพ. ศ. 2497 หน่วยลาดตระเวนของฝรั่งเศสในช่วงสงครามอินโดจีนครั้งที่หนึ่งถูกซุ่มโจมตีโดยกองกำลังเวียดมินห์ผู้บัญชาการของเวียดมินห์เหงียนฮั่วอันสั่งให้ทหารของเขา “ฆ่าทั้งหมดที่พวกเขาส่งมาและพวกเขาจะหยุดมา”

สิบเอ็ดปีต่อมาสหรัฐอเมริกากำลังต่อสู้กับสงครามเวียดนาม พันโท Hal Moore ของทัพสหรัฐฯได้รับเลือกให้ฝึกและเป็นผู้นำกองพัน หลังจากเดินทางมาถึงเวียดนามเขารู้ว่าฐานทัพของอเมริกาถูกโจมตีและได้รับคำสั่งให้นำกำลังทหาร 400 นายไล่ตามศัตรูและกำจัดผู้โจมตีเวียดนามเหนือแม้ว่าหน่วยสืบราชการลับจะไม่ทราบจำนวนทหารของศัตรูก็ตาม มัวร์นำหน่วยทหารม้าทางอากาศที่สร้างขึ้นใหม่เข้าไปในหุบเขาเอียดรัง หลังจากขึ้นฝั่งทหารได้จับทหารเวียดนามเหนือคนหนึ่งและเรียนรู้จากเขาว่าสถานที่ที่พวกเขาถูกส่งไปนั้นแท้จริงแล้วคือค่ายฐานของทัพเวียดนามเหนือที่มีทหารผ่านศึกจำนวน 4,000 นาย

เมื่อมาถึงที่ดินพร้อมกับหมวดทหาร ร.ท. เฮนรีเฮอร์ริคที่ 2 พบหน่วยสอดแนมของศัตรูและวิ่งตามเขาไปสั่งให้ทหารที่ไม่เต็มใจติดตาม หน่วยสอดแนมล่อให้พวกเขาเข้าไปในที่ซุ่มโจมตีส่งผลให้มีชายผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยถูกฆ่ารวมทั้งเฮอร์ริกและผู้ใต้บังคับบัญชาของเขา สมาชิกหมวดที่รอดชีวิตจะถูกล้อมรอบและถูกตัดขาดจากส่วนที่เหลือของกองพัน Sgt. ซาเวจเข้ารับการบังคับบัญชาเรียกปืนใหญ่และใช้ที่กำบังยามค่ำคืนเพื่อให้ป้องกันไม่ให้เวียดนามเอาชนะตำแหน่งป้องกันของตนได้

ในขณะเดียวกันด้วยเฮลิคอปเตอร์ขับไล่ไสส่งหน่วยอย่างต่อเนื่อง Moore สามารถจัดการจุดอ่อนได้ก่อนที่เวียดนามเหนือจะใช้ประโยชน์จากพวกเขาได้ แม้จะถูกขังอยู่และมีจำนวนมากกว่าอย่างมาก แต่กองกำลังหลักของสหรัฐฯก็สามารถระงับเวียดนามเหนือได้ด้วยปืนใหญ่ปืนครกและเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงเสบียงและกำลังเสริม ในที่สุดเหงียนฮั่วอันผู้บัญชาการของข้างเวียดนามเหนือได้สั่งการโจมตีขนาดใหญ่ในตำแหน่งของอเมริกา

เมื่อถึงจุดที่ข้าศึกบุกรุกมัวร์สั่งที่ 1 ร.ท. ชาร์ลีเฮสติงส์ผู้ควบคุมทางอากาศเดินหน้าเรียก “โบรกเคนแอร์โรว์” (เรียกให้เรือบินรบที่มีอยู่ทั้งหมดเข้าช่วยเหลือและโจมตีตำแหน่งของข้าศึกแม้แต่คนที่อยู่ใกล้ ตำแหน่งของกองทหารสหรัฐฯเนื่องมาจากตำแหน่งถูกบุกรุกและไม่สามารถป้องกันได้อีกต่อไป) [3] เรือบินโจมตีด้วยระเบิดนาปาล์มและปืนกลฆ่ากองทหาร PAVN และเวียดกงจำนวนมาก แต่เหตุการณ์ไฟไหม้ที่เป็นมิตรยังส่งผลให้ชาวอเมริกันเสียชีวิต การโจมตีของเวียดนามเหนือได้รับการต่อต้านและทหารที่รอดชีวิตจากหมวดที่ถูกตัดออกของ Herrick รวมทั้ง Savage ได้รับการช่วยเหลือ

ในขณะเดียวกันเมื่อกลับมาที่สหรัฐอเมริกา Julia Moore ได้แปลงเป็นผู้นำของเมียชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่บนฐาน เมื่อทัพบกเริ่มใช้คนขับรถแท็กซี่สีเหลืองส่งโทรเลขแจ้งเครือญาติคนต่อไปของการเสียชีวิตของทหารในการสู้รบจูเลียเองก็รับความรับผิดชอบทางอารมณ์นั้นแทน

กองทหารของมัวร์จัดกลุ่มใหม่และรักษาความปลอดภัยในที่ เหงียนฮั่วอันคิดแผนโจมตีชาวอเมริกันครั้งสุดท้ายและส่งกองกำลังส่วนใหญ่ไปทำการโจมตี แต่มัวร์และคนของเขากลับบุกเผ่านาและเข้าใกล้ศูนย์บัญชาการของศัตรู ก่อนที่ผู้คุมค่ายฐานจะเปิดฉากยิงพันตรีบรูซ “สเน็ค” แครนดัลและเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธอื่น ๆ เข้าโจมตีทำลายกองกำลังศัตรูที่เหลืออยู่ Huu An จึงสั่งอพยพกองบัญชาการอย่างรวดเร็ว

เมื่อบรรลุจุดมุ่งหมายของเขามัวร์กลับไปที่เขตจอดเฮลิคอปเตอร์เพื่อให้ไปรับ ภายหลังที่ทุกคน (รวมทั้งคนตายและบาดเจ็บ) ถูกนำออกจากสนามรบแล้วเขาก็บินออกจากหุบเขาได้ หลังจากนั้นไม่นานเหงียนฮั่วอันและคนของเขาก็มาถึงสนามรบเพื่อให้เก็บศพของพวกเขา เขาอ้างว่าชาวอเมริกันจะ “คิดว่านี่คือชัยชนะของพวกเขาดังนั้นนี่จะแปลงเป็นสงครามอเมริกัน”

ในตอนท้ายของภาพยนตร์เรื่องนี้มีการเปิดเผยว่าที่ทางลงจอดกลับคืนสู่มือของเวียดนามเหนือในทันทีภายหลังที่กองทหารอเมริกันถูกยกออกไปทางอากาศ ฮัลมัวร์ยังคงทำการรบต่อไปในเขตจอดเรือที่แตกต่างกันและหลังจากนั้นเกือบหนึ่งปีเขาก็กลับบ้านไปหาจูเลียและครอบครัวอย่างปลอดภัย ผู้บังคับบัญชาของเขาแสดงความยินดีกับการฆ่าทัพเวียดนามเหนือและทหารเวียดกงกว่า 1,800 นาย ชาวมัวร์ที่มีอายุมากกว่าเยี่ยมชมอนุสรณ์สถานสงครามเวียดนามและดูชื่อของทหารที่ล้มลงที่เอียดรัง

The Fault in Our Stars – ดาวบันดาล

The Fault in Our Stars เป็นภาพยนตร์โศกนาฏกรรมโรแมนติกอเมริกันปี 2014 [4] [5] [6] กำกับโดยจอชโบนสร้างจากนวนิยายปี 2012 ที่มีชื่อเดียวกันโดยจอห์นกรีน ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดย Shailene Woodley และ Ansel Elgort; โดยมี Laura Dern, Sam Trammell, Nat Wolff และ Willem Dafoe รับบทเป็นตัวประกอบ วูดลีย์รับบทเป็นเฮเซลเกรซแลงคาสเตอร์ผู้ป่วยมะเร็งอายุสิบหกปีที่ถูกพ่อแม่บังคับให้ร่วมกลุ่มช่วยเหลือซึ่งคุณได้พบและตกหลุมรักออกัสตัสวอเทอร์สผู้ป่วยมะเร็งอีกรายที่รับบทโดยเอลกอร์ต

การพัฒนา The Fault in Our Stars เริ่มขึ้นในเดือนมกราคม 2012 เมื่อ Fox 2000 ซึ่งเป็นแผนกหนึ่งของ 20th Century Fox ได้เลือกใช้สิทธิ์ในการดัดแปลงนวนิยายเป็นภาพยนตร์สารคดี การถ่ายภาพหลักเริ่มขึ้นตอนวันที่ 26 สิงหาคม 2013 ในเมืองพิตต์สเบิร์กรัฐเพนซิลเวเนียและเพิ่มอีกสองสามวันในอัมสเตอร์ดัมประเทศเนคุณร์แลนด์ก่อนที่จะสรุปในวันที่ 16 ตุลาคม 2556 พิตส์เบิร์กเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าสำหรับฉากทั้งหมดในอินเดียแนโพลิสรัฐอินเดียนาฉากของนวนิยายเรื่องนี้ เช่นเดียวกับฉากภายในบางฉากในอัมสเตอร์ดัม

The Fault in Our Stars ฉายรอบปฐมทัศน์โลกที่งานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติซีแอตเทิลช่วงวันที่ 16 พฤษภาคม 2014 และเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาช่วงวันที่ 6 มิถุนายน 2014 โดย 20th Century Fox ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับคำวิจารณ์ในเชิงบวกจากนักวิจารณ์โดยทั่วไปโดยได้รับคำชมจากการแสดงและเคมีของ Woodley’s และ Elgort รวมทั้งบทภาพยนตร์ด้วย ภาพยนตร์เรื่องนี้ครองชั้นหนึ่งในบ็อกซ์ออฟฟิศในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาและทำรายได้ไปกว่า 307 ล้านดอลลาร์ทั่วโลกเมื่อเทียบกับงบประมาณ 12 ล้านดอลลาร์ เปิดตัวในรูปแบบ Blu-ray และ DVD ช่วงวันที่ 16 กันยายน 2014 และทำรายได้จากยอดขายวิดีโอในประเทศทั้งหมดกว่า 42 ล้านเหรียญ

Hazel Grace Lancaster เป็นวัยรุ่นอาศัยอยู่ในชานเมืองอินเดียนาโพลิสซึ่งเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ที่แพร่กระจายไปที่ปอด เชื่อว่าคุณเป็นโรคซึมเศร้า Frannie แม่ของคุณเรียกร้องให้คุณร่วมกลุ่มช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งทุกสัปดาห์ เฮเซลได้พบกับออกัสตัส “กัส” วอเทอร์สซึ่งสูญเสียขาจากมะเร็งกระดูก แต่ดูเหมือนว่าจะทุเลาลง ทั้งสองผูกพันกับงานอดิเรกและตกลงที่จะอ่านหนังสือเล่มโปรดของกันและกัน กัสให้ Hazel Counter Insurgence ในขณะที่ Hazel แนะนำ An Imperial Affliction ซึ่งเป็นนวนิยายเกี่ยวกับหญิงสาวที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งชื่อแอนนาที่มีความเหมือนคลึงกับประสบการณ์ของคุณ แต่ก็จบลงอย่างกะทันหัน Peter Van Houten ผู้แต่งได้ถอยกลับไปที่ Amsterdam ตามการตีพิมพ์ของนวนิยายและไม่ได้รับฟังตั้งแต่นั้นมา

หลายสัปดาห์ต่อมากัสบอกเฮเซลว่าเขาได้ติดตาม Lidewij ผู้ช่วยของ Van Houten และได้ติดต่อกับ Van Houten ทางอีเมล คุณเขียนถึงเขาและเขาตอบว่าเขายินดีที่จะตอบคำถามของคุณด้วยตนเองเพียงแค่นั้นเฮเซลถามแม่ว่าคุณจะเดินทางไปอัมสเตอร์ดัมเพื่อให้เยี่ยมเขาได้ไหม แต่ฟรานนีปฏิเสธเพราะข้อ จำกัด ทางการเงินและการแพทย์ กัสแนะนำว่าคุณใช้ “มะเร็งปรารถนา” ที่คุณได้รับจากมูลนิธิ Make-A-Wish Foundation แต่ Hazel อธิบายว่าคุณใช้ของคุณไปเยี่ยม Walt Disney World แล้ว จากนั้นกัสเซอร์ไพรส์เฮเซลด้วยตั๋วไปอัมสเตอร์ดัม หลังจากความล้มเหลวทางการแพทย์ในที่สุดแพทย์ของ Hazel ก็ยินยอมอนุญาตให้เดินทางไปได้

เฮเซลและกัสมาถึงอัมสเตอร์ดัมและกัสรับสารภาพรักเฮเซลระหว่างกินอาหารที่ Van Houten ให้การเกื้อหนุน บ่ายวันรุ่งขึ้นพวกเขาไปที่บ้านของ Van Houten แต่ก็ต้องสะดุ้งเมื่อพบว่าเขาเป็นคนชอบดื่มแอลกอฮอล์มาก มีการเปิดเผยว่า Lidewij จัดการสัมมนาโดยที่ Van Houten ไม่รู้อะไรเลย Van Houten ล้อเลียน Hazel ว่าต้องการหาคำตอบที่จริงจังสำหรับนิยายและดูหมิ่นอาการป่วยของคุณ คุณจากไปอย่างใจลอย Lidewij เชิญชวนให้พวกเขาไปเที่ยวชมสถานที่เพื่อให้ชดเชยประสบการณ์ที่พังทลายและเยี่ยมชม Anne Frank House พวกเขาแบ่งปันจูบแรกตรงนั้น วันรุ่งขึ้นกัสบอกเฮเซลว่ามะเร็งของเขากลับมาแพร่กระจายไปทั่วร่างกายและตอนนี้ถึงขั้นสิ้นสุดแล้ว เฮเซลอกหักโดยแสดงออกว่าชีวิตที่ไม่ยุติธรรมจะเป็นได้อย่างไร

หลังจากกลับไปอินเดียแนโพลิสสุขภาพของกัสแย่ลง กัสเชิญเพื่อให้นสนิทที่ตาบอดของเขาไอแซคและเฮเซลไปงานศพก่อนที่พวกเขาจะแสดงความชื่นชมยินดีที่ทั้งคู่เตรียมไว้ให้ เฮเซลบอกเขาว่าคุณจะไม่แลกเปลี่ยนช่วงเวลาสั้น ๆ ของพวกเขาด้วยกันเพื่อให้อะไรและเอ่ยถึงความไม่สิ้นสุดอะไรบางอย่างนั้นใหญ่กว่าอินฟินิตี้อื่น ๆ กัสเสียชีวิตในอีกแปดวันต่อมาเฮเซลแปลกใจที่พบแวนฮูเต็นในงานศพ เขาบอกคุณว่าออกัสตัสเรียกร้องให้เขาไปร่วมงานศพของเขา Van Houten บอกคุณว่านวนิยายเรื่องนี้สร้างจากประสบการณ์ของแอนนาบุตรสาวของเขาที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวตั้งแต่อายุยังน้อย เขาให้กระดาษแผ่นหนึ่งกับเฮเซลที่คุณขยำขอให้เขาออกไป ต่อมาเมื่อคุยกับไอแซคเฮเซลรู้ว่ากัสขอให้แวนฮูเต็นช่วยเขียนคำสรรเสริญเยินยอให้คุณ

เฮเซลดึงกระดาษยับและอ่านคำพูดของเขาที่ยอมรับการตายของเขาและเกี่ยวกับความรักที่เขามีต่อคุณ คุณนอนหงายบนสนามหญ้ามองขึ้นไปบนดวงดาวยิ้มขณะที่คุณจำกัสได้และพูดว่า “โอเค”

เรื่องPandora2016หายนะพลังงาน

โรงไฟฟ้าปรมาณู ของขวัญล้ำค่า หรือหายนะ เสียงเล็กๆ จากประชาชนที่ถูกมองผ่าน
ภาพยนตร์จากทีมผู้สร้าง ‘Train to Busan’ ผลงานกำกับของ ปาร์ค จุน วู เข้าฉายในเกาหลีใต้ ตอนวันที่ 7 ธันวาคม ปี 2016 ที่ผ่านมา โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว อันก่อให้เกิด ‘สีนามิ’ ที่มีพลังทำลายล้างที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ตามมาด้วย วิกฤตการณ์ปรมาณู ณ ฟุกุชิมะ ญี่ปุ่น เมื่อปี 2011 โดยถือเป็นภาพยนตร์เกาหลีเรื่องแรกที่ได้รับการจำหน่ายจองดูหนังออนไลน์ของ Netflix ไปกว่า 190 ประเทศทั่วโลก
เรื่องราวของกลุ่มเด็กชายหญิง 5 คน ในชุมชนเมืองเล็กๆ ริมสมุทร ในที่ดินตะวันออกเฉียงใต้ ของ ประเทศเกาหลีใต้ เมืองซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้าปรมาณูมากว่า 40 ปี เมื่อเวลาผ่านไป กลุ่มเด็กชายหญิงที่ต่างก็เติบโตและได้ทำงานในโรงไฟฟ้า ซึ่งเป็นการทำมาหาเลี้ยงชีพเพียงไม่กี่อย่างที่สามารถเลือกทำได้ในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ เว้นแต่ คังแจฮยอก ที่ต้องการตามฝัน ให้มีชีวิตอย่างสุขสบาย หลุดพ้นจากการทำงานที่แสนน่าเบื่อในโรงไฟฟ้า และเสียงเล็กๆ จากกลุ่มราษฎรที่ต้องการให้ปิดโรงไฟฟ้า เพื่อให้ป้องกันหายนะที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตแม้ว่าพลังงานปรมาณู จะถือเป็นพลังงานที่สามารถมาทดแทนถ่านหิน และแก๊สปิโตรเลียม ที่กำลังจะหมดลงในอนาคตอันใกล้นี้ ทั้งยังสามารถผลิตพลังงานจำนวนมากจากปริมาณเชื้อเพลิงเพียงนิดหน่อย ให้กากจำนวนน้อย รวมทั้งไม่ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก และฝนกรด ที่จะก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมดังเช่นการเผาไหม้ของถ่านหิน แต่ในด้านของราคาลงทุนนั้นมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าโรงไฟฟ้าชนิดอื่นค่อนข้างมาก อันเนื่องมาจากการก่อสร้าง วัสดุอุปกรณ์ Systemควบคุม และการเก็บของเสียจากโรงไฟฟ้า ที่ต้องผ่านมาตรการการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ซึ่งก็ได้ถูกละเลยในเงื่อนไขกลุ่มนี้ เมื่อนายกรัฐมนตรี ต้องการให้ร่างกฎหมายส่งเสริมการพัฒนาโรงงานผลิตไฟฟ้าผ่าน หวังจะช่วยกอบกู้เศรษฐกิจของประเทศที่กำลังจ่อที่ปากเหวกลับคืนมา โดยการแต่งตั้งคนของตนขึ้นเป็นผู้ให้การโรงไฟฟ้า ทั้งที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพลังงานปรมาณูเลย และสั่งปลดหัวหน้าที่ชำนาญการออก เพราะเขาได้ยื่นรายงานข้อมูลจริงที่โรงไฟฟ้ายังไม่มีความพร้อมบริบูรณ์ต่อประธานาธิบดีและภัยธรรมชาติก็ได้เดินทางมาถึง แผ่นดินไหวขนาด 6.1 ริกเตอร์ ที่สั่นสะเทือนในช่วงเวลาสั้นๆ แม้จะไม่ส่งผลกระทบต่ออาคารบ้านเรือนมากนัก แต่ได้เป็นจุดเริ่มของภัยพิบัติที่ถูกมองผ่าน เมื่อเหตุแผ่นดินไหวนำมาซึ่งรอยร้าวที่Systemหล่อเย็น ซึ่งติดตั้งให้ดำเนินการเมื่อเตาปฏิกรณ์หยุดทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เพื่อให้ให้อุณหภูมิของแท่งเชื้อเพลิงค่อยๆ เย็นลงจนอยู่ในระดับที่ปลอดภัย ด้วยอายุของโรงไฟฟ้าที่อยู่มากว่า 40 ปี การขึ้นสนิม หรือความเสื่อมของอุปกรณ์ย่อมเกิดขึ้นตามยุคสมัย

เจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา : Princess Hours 2006

เรื่องนี้ก็คงรู้จักกันอยู่แล้วเนอะ เจ้าหญิง เจ้าชาย และไฮสคูล(ละครขายฝันโดยแท้) นางเอกเป็นผู้เรียนม.ปลายธรรมดาๆ แต่แล้ววันหนึ่งคุณก็ต้องกลายมาเป็นคู่หมั้นของเจ้าชายเกาหลี ตามสัญญาที่ปู่ของคุณเคยทำไว้ แล้วเนื้อเรื่องก็ดำเนินไปแบบฟินๆฮาๆ เมื่อนางเอกของเราควรต้องเข้าไปอยู่ในวัง จนกระทั่งแฟนเก่าพระเอกกลับมา ดราม่าจึงบังเกิด แต่ไม่ถึงขั้นปวดตับ แค่ฝืดๆคอ(แฟนเก่าก็เป็นได้แค่ก้างปลาเล็กๆ ไม่ระคายผิวฉันหรอก เชอะ สะบัดบ็อบ) ซีรี่ย์เรื่องนี้น่าจะเป็นตอนที่ซีรี่ย์เกาหลีดังในเมืองไทยเลยล่ะค่ะ
แนวละคร โรแมนติก-ดราม่า ออกอากาศทุกวัน เสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.15 น. ทางช่อง 7

เรื่องย่อ ชินแชยอง เด็กนักเรียนมัธยมจอมเปิ่น คุณเป็นเด็กผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ต้องตกกระไดพลอยโจนมาแต่งงานกับ เจ้าชายลีชิน รัชผู้สืบสกุลชายหนุ่มผู้แสนจะเย็นชาแห่งราชวงศ์เกาหลี ตามคำสัญญาที่ปู่ของคุณมีไว้กับอดีตพระราชาองค์ก่อน แต่เจ้าชายลีชินกลับมีใจให้กับ มินโฮริน สาวสวยที่วิ่งหาฝันต้องการจะเป็นนักบัลเล่ต์มืออาชีพ โดยเจ้าชายลีชินหมายมั่นว่าจำเป็นต้องแต่งงานกับโฮรินให้ได้ แต่ฝันของเจ้าชายลีชินต้องสลายเมื่อโฮรินปฏิเสธที่จะแต่งงานด้วย เจ้าชายลีชินจึงต้องจำนนใจที่จะแต่งงานกับแชยองตามคำสั่งของพระพันปี หลังจากพิธีอภิเษกสมรสชีวิตในวังของแชยองดูจะผ่านไปอย่างยากลำบาก คุณต้องเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ ทั้งคำราชาศัพท์ กฎระเบียบปฏิบัติ และสังคม รวมทั้งต้องทำให้เจ้าชายลีชินหันมาสนใจและยอมรับในตัวตนของคุณให้ได้

แต่ที่สุดแล้วเหตุการณ์กลับตาลปัตรแปลงเป็นว่าทุกคนในวังต้องปรับชีวิตตามแชยองเป็นพัลวัน ความเกี่ยวเนื่องระหว่างแชยองและเจ้าชายลีชินดูจะเริ่มก่อตัวไปในทางที่ดีขึ้น แต่ก็เกิดเหตุราววุ่นวายใหญ่โตขึ้นจนได้ เมื่อมีภาพสวีทหวานระหว่างเจ้าชายลีชินกับโฮรินอดีตแฟนสาวหลุดผ่านทางอินเตอร์เน็ต ทำให้แชยองเกิดความขุ่นข้องหมองใจ แถมยังเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของเจ้าชายรัชผู้สืบสกุล ซึ่งในอนาคตต้องขึ้นปกครองประเทศเกาหลีอีกด้วย ส่งผลให้เหล่าเชื้อพระวงศ์เริ่มปรึกษาหือกันและลงความคิดว่า เจ้าชายลีชินไม่มีความเหมาะสมพอที่จะขึ้นครองตำแหน่งราชา โดยลงความเห็นกันว่าจะมอบตำแหน่งเจ้าชายรัชผู้สืบสกุลให้แก่ เจ้าชายลียูล อดีตรัชผู้สืบสกุลที่ต้องระหกระเหินไปอยู่ประเทศอังกฤษ ซึ่งพึ่งเดินทางกลับมาพร้อมกับมารดาอดีตราชินีผู้ทะเยอทะยาน ที่หวังจะทวงบัลลังก์คืนให้กับลูกชายสุดที่รัก

ในขณะเดียวกันพระราชาองค์ปัจจุบันก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการให้เจ้าชายลียูลขึ้นรับตำแหน่งเจ้าชายรัชผู้สืบสกุลแทนเจ้าชายลีชินด้วยเช่นกัน โดยส่วนตัวแล้วเจ้าชายลียูลเป็นผู้รักสันโดษไม่ยึดติดกับตำแหน่งเจ้าชายรัชผู้สืบสกุล แต่ในคราวนี้เขากลับมีความปรารถนาที่จะแย่งชิงตำแหน่งเจ้าชายรัชผู้สืบสกุลกลับคืนมาเป็นของตนเองเพียงเพราะเหตุผลเดียวคือ ต้องการครองคู่กับแชยองหญิงสาวที่ตนตกหลุมรักอย่างหมดหัวใจ ราชวงศ์เกาหลีเริ่มระส่ำมากขึ้น เมื่อเกิดข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วว่าเจ้าชายลียูลมีความเชื่อมโยงกับพี่สะใภ้ของตนเอง ซึ่งถือเป็นเรื่องร้ายแรงผิดกฎมณเฑียรบาล ในขณะเดียวกันโฮรินที่เคยปฏิเสธการแต่งงานกับเจ้าชายรัชผู้สืบสกุลลีชิน คิดจะแย่งเจ้าชายรัชผู้สืบสกุลลีชินกลับคืนมาเป็นของตนเอง เรื่องราวสุดโกลาหลระหว่างความรักของทั้ง 2 ชายหนุ่ม 2 สาวจะลงเอยอย่างไร ติดตามชมได้ใน เจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา ( PRINCESS HOURS )

รายชื่อดารา จูจีฮุน รับบท เจ้าชายลีชิน ยุนอึนเฮ รับบท ชินแชยอง คิมจองฮุน รับบท เจ้าชายลียูล ซองจีฮโย รับบท มินโฮริน :: ฟังเพลงประกอบ Princess Hours : เจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา