เมื่อพ่อของโดยังตาย เขาจึงกล่าวหาฮวางจองว่าเป็นคนทำให้พ่อตนตาย แต่หมออัลเลนช่วยพูดว่าไม่ใช่ความผิดของบัณฑิตฮวาง เพราะเมื่อตรวจดูอาการแล้วพ่อของโดยังไม่ได้ตายเพราะการรักษา ส่วนการเย็บแผลฮวางจองก็ทำได้ดี ส่วนสาเหตุการตายคิดว่าเพราะทำการรักษาช้าไป และก็อายุมากแล้ว รวมทั้งเสียเลือดมากเกินไป

“ตอนนี้ ข้าจะไม่ฆ่าเจ้าด้วยมือของข้าเอง แต่ข้าจะเอาเรื่องเจ้าให้ถึงที่สุด เจ้าต้องได้รับค่าทดแทนอย่างสาสม มัวทำอะไรอยู่ รีบจับมันไปมัดแล้วขังไว้” โดยัง สั่ง

“ครับ”

ฮวางจอง กับ ชักแท ถูกจับใส่กุญแจมือแล้วขังโดยมีคนเฝ้าอยู่ ด้านซ็อกรันไม่พอใจที่ บัณฑิตฮวาง บอกว่าไม่ได้ทำ แต่ถูกอาเซ้าซี้ให้ทำให้ได้ จึงคิดจะหาทางช่วย โดยไปขอพบคุณชายเบ๊ก แต่ก็ถูกชิลบกปฏิเสธว่าคุณชายไม่อยากพบใคร

“ถ้าคนของทางการมาถึง คงจะแก้ไขอะไรไม่ทัน บัณฑิตฮวางคงถูกข้อหาฆ่าคนตาย พอถึงตอนนั้น..”

“เค้าช่างโชคร้ายจริง ๆ เลย โชคร้ายกว่าคนที่ผัวตายแล้วลูกสองคนตายอย่างข้าซะอีกนะเนี่ย คุณหนูอย่าเป็นห่วงไปเลย คุณหนูเคยช่วยชีวิตบัณฑิตฮวางไว้ เค้าไม่มีทางดึงคุณหนูไปติดร่างแหด้วยหรอก คุณหนู  นั่นจะไปที่ไหนคะ” มักเซง กล่าว

ซ๊อกรันผ่าด่านของชิลบก เผ่านาที่คุมขัง เพื่อให้ช่วยปล่อยฮวางจองและชักแทให้หนีไป

“รีบหนีไปให้เร็วที่สุด เร็วเข้าเถอะ  พวกมือปราบกำลังจะมาแล้ว”

“ข้าไม่ยอมไปไหนทั้งนั้น”

“นายท่าน พูดอะไรอย่างนั้น คุณหนูบอกแล้วไงว่าจะปล่อยท่านไป” ชักแท กล่าว

“ข้าไม่อยากสร้างความเดือดร้อนให้คุณหนู”

“หมออัลเลนก็การันตีแล้วไงว่า  การรักษาทำได้ดีมาก เค้าบอกว่าใต้เท้าเบ๊กเสียเลือดมากเกินไปต่างหากล่ะ”

“ข้าก็ว่าอย่างนั้นแหละ แพทย์พูดถูกที่สุดเลย  ทุกคนเค้าร้อนใจแย่แล้ว รีบไปเถอะ”

“ข้าอาจจะทำอะไรผิดพลาดโดยที่ตัวเองไม่รู้ก็เป็นได้” ฮวางจอง กล่าว

“นายท่าน”

“งั้นยิ่งต้องเอาชีวิตรอดก่อน ต้องมีชีวิตอยู่เพื่อให้รู้ให้ได้ว่ามันพลาดตรงไหน ต่อไปถ้าต้องเจอกับเหตุการณ์อย่างนี้อีก ท่านจะได้ช่วยคนให้รอดได้ไงล่ะ ถ้าท่านยังไม่ยอมหนี  ข้าจะพูดความจริงทุกอย่าง และรับโทษด้วย” ซ๊อกรัน กล่าว

“ทำแบบนั้นไม่ได้  ข้าต้องรับผิดชอบเรื่องทั้งหมดคนเดียว”

“ข้าก็ผิดที่เป็นผู้ช่วยท่านไง” ซ๊อกรัน กล่าว

“ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งเถียงกันนะนายท่าน”  ชักแท กล่าว

ฮวางจอง และชักแท ยอมหนีตามที่ซ๊อกรัน บอก แต่ก่อนออกไปนางได้มอบของมีค่าให้กับฮวางจองชิ้นหนึ่ง ด้านโดยังเมื่อเผ่านาที่คุมขังไม่เห็นทั้งสองกับพบแต่ซ๊อกรัน

“ข้าเป็นคนปล่อยพวกเค้าไปเอง”

“ทำไมล่ะซ๊อกรัน ทำไมเจ้าถึงทำแบบงี้?”

“ข้ายอมให้บัณฑิตฮวางเปลี่ยนเป็นฆาตกรไม่ได้หรอก เค้าทำเพื่อให้ช่วยพ่อท่าน  เค้าไม่ควรถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม”

“มันก็แค่เคยเห็น อัลเลนรักษาคนป่วยมาบ้างเท่านั้นเอง  คนอย่างนั้นกลับกล้ามารักษาพ่อข้าได้ไง” โดยังกล่าว

“ถ้าท่านจะพูดอย่างนั้น ข้าก็มีความผิดเหมือนกัน เพราะข้าก็ช่วยอยู่ข้าง ๆ อีกอย่างนึง อาของท่านเป็นคนบอกให้เค้าทำ”

“อะไรนะ ท่านอาข้าน่ะเหรอ?”

“ใช่” ซ๊อกรัน กล่าว

“เจ้าบอกว่า คนอื่นบีบให้จำเป็นต้องทำ  อย่างนั้นเหรอ ใช่มั้ย?” โดยัง กล่าว

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะ บัณฑิตฮวางไม่ได้ตัดสินใจเอง..”

“เจ้าตอบข้าหน่อยสิ ถ้าคน ๆ นึงที่เพิ่งจะเคยเห็นคนเล่นกายกรรมเดินบนเชือก แล้วคนนี้กลับบอกว่าอยากขึ้นไปเดินบ้าง  เจ้าคิดว่าเค้าอยากทำอย่างนั้น ก็จะทำได้งั้นรึ?”

“คือว่า..” ซ๊อกรัน พูดไม่ออก

“เจ้าตอบคำถามของข้าสิ  คนที่ดูการเดินเชือกนัดแรก  ก็สามารถทำตามได้เลยงั้นรึ?”

“ที่จริง..ก็ไม่น่าจะได้ เพราะมันอันตรายมาก”

“ไม่จริงหรอก เค้าขึ้นไปเดินได้ แต่ถ้าตกก็แค่ตัวเองตาย แต่การแพทย์ มันไม่ใช่อย่างนั้นเลย เพราะมันอาจแปลงเป็นการฆ่าคนให้ตายได้”

“คิดแบบนั้นมันไม่เกินไปหน่อยเหรอ?”

“เกินไปเหรอ เจ้าห่วงเค้ามากกว่าข้าที่รู้จักเจ้ามาสิบปีรึ กลัวข้าทำอะไรเค้าจนห่วงขนาดนี้เชียวเหรอ?  ตอนนี้ข้า..เป็นคนที่ต้องสูญเสียพ่อไปนะ”

คิมอ๊กกุน และพวกกลุ่มปฏิรูป  ได้ก่อการปฏิวัติขึ้นเพื่อให้เอกราชและต้องการพัฒนาประเทศให้ทันสมัย เมื่อพระมเหสีเมียงซองเสด็จกลับมาตำหนักชังต๊อก จึงวิงวอนไปยังต้าชิง  ทหารต้าชิง โดยการนำของแม่ทัพต้าชิง ที่ชื่อหยวนซื่อไข่ จึงเข้าปราบกลุ่มปฏิรูปและทัพญี่ปุ่นได้สำเร็จภายในเวลาเพียงแค่สามวัน

ยูเรียกซ๊อกรัน เข้าพบ สอบถามว่าใครใช้ให้ปล่อยตัวฮวางจองและชักแทไป

“ข้าขอโทษค่ะ แต่นอกจากวิธีนั้นก็ไม่มีทางอื่นแล้ว”

“ใครว่าไม่มีทางอื่น  บัณฑิตฮวางช่วยชีวิตใต้เท้ามินไว้ แถมยังช่วยชีวิตของพ่อเอาไว้ด้วย เจ้าคิดว่าพ่อจะนิ่งดูดายปล่อยให้เค้าต้องไปตายงั้นรึ คงคิดไม่ถึงสิว่า เจ้าทำอย่างนี้ยิ่งทำให้บัณฑิตฮวางตกอยู่ในอันตรายมากขึ้น จะทำอะไรต้องค่อยเป็นค่อยไป ตอนนี้ดันไปทำให้คุณชายเบ๊กโกรธซะแล้ว”

“ลูกคนนี้ทำไมถึงทำกับคนที่จะเป็นสามีในอนาคตแบบงี้นะ” แม่ซ๊อกรัน กล่าว

“เจ้าก็ไม่ได้เรื่องเหมือนกัน  แค่บุตรสาวยังดูแลไม่ได้ แล้วจะไปทำอะไรได้”

“ลูกก็ตัวโตขนาดนี้แล้ว ข้าจะทำอะไรได้ล่ะ”

“ที่พ่อไม่เลี้ยงเจ้าให้เป็นกุลสตรีคอยเฝ้าเรือนก็เพราะต้องการจะให้เจ้ามีอิสระทางความคิด แต่ไม่ใช่ให้เจ้ามาทำอะไรที่วู่วาม สำนึกผิดทบทวนตัวเอง  และตั้งอกตั้งใจคิดให้ดีว่าเจ้าทำผิดตรงไหน”

หมออัลเลนมาหายู ได้พบกับซ๊อกรัน และมักเซง ก็ได้รู้ว่าซ๊อกรันปล่อยตัวบัณฑิตฮวางไปแล้ว

“อ้อ งั้นก็ดี ถ้าหากผมมาเร็วกว่านี้อีกหน่อย คุณฮวางก็คงไม่ต้องเจอเรื่องร้ายแบบงี้”  หมออัลเลน กล่าว

“ไหนบอกว่า สายจนเกินการณ์ไง ถ้าเป็นท่านก็อาจถูกหาว่าฆ่าคนตายเหมือนกัน” มักเซง ถาม

“มักเซง”  ซ๊อกรัน  กล่าวเตือน

“ถ้าข้ารักษาคนแล้ว สุดท้ายเค้าก็ยังตาย  ข้าก็ไม่ถูกจับโดยชอบด้วยกฎหมายโชซอน” หมออัลเลน กล่าว

“คะ?”

“ทำไมคะ ท่านเป็นคนสำคัญมากเหรอ  ถึงทำผิดแล้วไม่ต้องถูกลงโทษ” มักเซง กล่าว

“เอ่อ นี่เรียกว่าเขตอำนาจของกงสุล”

“เขตอำนาจของกงสุลหรือคะ?” ซ๊อกรัน ถาม

“ผมและลูกจ้าง  ไม่ต้องถูกดำเนินคดีโดยชอบด้วยกฎหมายโชซอน ถูกคุ้มครองด้วยกฎหมายอเมริกา นี่เป็นสนธิสัญญา ที่ตกลงระหว่างราชสำนักโชซอนและอเมริกา” หมออัลเลน กล่าว

ที่ท่าเรือ เมื่อฮวางจอง และชักแท มาถึง ก็เป็นเรือเที่ยวสุดท้าย ฮวางจองนึกถึงคำพูดของ
ซ๊อกรัน อยู่ ๆ ก็ตัดสินใจไม่ขึ้นเรือไปกับชักแท แต่กลับไปที่ร้านหนังสือที่ตนเองเคยขายไปสอบถามหาตำราแพทย์ตะวันตก

ฮวางจองได้หนังสือมาก็รีบเปิดอ่านจนรู้ว่าในตัวคน มีเลือดอยู่ประมาณสามลิตร หากเสียเลือดไปหนึ่งในสามก็จะเสียชีวิต และหากได้รับยาสลบมากไป อาจจะตายได้ จากนั้นก็แอบมาหาซ๊อกรันระหว่างที่มักเซงกำลังเข้าส้วมพอดี

“ทำไมถึงได้มาอยู่นี่  รีบตามผ่านาเร็ว” ซ๊อกรัน กล่าว

“เพราะว่าข้าเป็นห่วงท่าน”

“ข้าไม่เป็นไรหรอกน่า  เพราะเป็นห่วงข้าจึงมาดูเหรอ”

“ใช่  อีกอย่างนึง หมออัลเลนอาจจะพูดผิดไปก็ได้” ฮวางจอง กล่าว

“หะ ท่านหมายความว่ายังไง?” ซ๊อกรัน กล่าว

“ข้าไปอ่านตำราแพทย์ตะวันตกที่ร้านหนังสือ ในหนังสือได้บอกว่า ถ้าเสียเลือดไปหนึ่งในสามก็จะตาย แม้กระนั้น”

“แต่อะไร” ซ๊อกรัน ถาม

“ในหนังสือบอกไว้ว่า หลังจากวางยาสลบ ความดันเลือดก็จะลดต่ำลง”

“งั้นเหรอ?”

“ถ้าเป็นอย่างนั้น ตอนนั้นใต้เท้าเบ๊ก..อาจจะมีความดันเลือดที่ต่ำมากอยู่รวมทั้งได้ เพราะตอนนั้นเค้าเสียเลือดไปมาก ทั้งที่เค้ามีความดันเลือดต่ำอยู่แล้ว แต่ข้าก็ยังวางยาสลบอีก ทำให้ความดันเลือด..ของใต้เท้ายิ่งลดต่ำลงไปอีก ดังนั้นความจริง ข้าอาจเป็นคนฆ่าใต้เท้าเบ๊กก็ได้ ข้าอาจจะฆ่าคนไปจริง ๆ ก็ได้”

“แม้กระนั้น นี่เป็นแค่ความคิดของท่านคนเดียวนะ อย่าเพิ่งจะด่วนตัดสินสิ ลองวิเคราะห์ดูอีกที”

“ข้าจะทำอย่างนั้น แต่..”

“แต่อะไร?”

“ถ้านี่เป็น ความผิดของข้าจริง ๆ ละก็ ข้าก็คงจะไปมอบตัว”

“แล้วถ้ามันไม่ใช่ความผิดของท่านล่ะ?” ซ๊อกรัน กล่าว

“ถ้าหากนี่ ไม่ใช่ความผิดข้า ข้าอยากทำเหมือนที่ท่านบอก ข้าต้องการจะไปช่วยเหลือคน แต่มันเป็นแค่ความคิดแค่นั้นเพราะข้ายังถูกตามล่าอยู่”

“ถ้าต้องการจะรู้จริง ท่านก็ไปหาแพทย์อัลเลนสิ ไปถามให้แน่ใจอีกที ว่ามันผิดพลาดตรงไหน ถ้าพิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่ความผิดของท่านจริง ๆ ก็ขอให้เค้ารับท่านไว้เป็นผู้ช่วย เป็นผู้ช่วยแพทย์”

“ไปเป็นผู้ช่วยแพทย์เหรอ?” ฮวางจอง ถาม

“เป็นผู้ช่วยเค้าจะถูกคุ้มครองโดยกงสุล กฎหมายโชซอนจะไม่สามารถลงโทษท่านได้ เมื่อถึงตอนนั้น ท่านก็ไม่ต้องหนีอีกต่อไปแล้ว” ซ๊อกรัน กล่าว

โดยังเรียกโพโกมาพบ สั่งให้ช่วยตามหาคนที่ชื่อฮวางจองให้ โพโกบอกว่าตนรู้สึกคุ้นชื่อเท่านั้นแต่ไม่เคยรู้จัก โดยังจึงบอกว่าฮวางจอง เป็นคนที่ทำตัวเป็นหมอ มารักษาพ่อของตนจนเสียชีวิต เมื่อโพโกรู้เช่นนั้นจึงขออนุญาตให้ฆ่าด้วยมือของตนเอง แต่โดยังไม่อนุญาตสั่งให้นำตัวมาเท่านั้น

ฮวางจองแอบมาพบหมออัลเลน เล่าถึงสาเหตุที่ตนต้องรักษา เพราะใต้เท้าเบ๊กหมดสติไม่รู้สึกตัวไปเลย

“หลังจากเลือดไหลออกไปมาก ก็ทำให้ความดันต่ำมากอยู่แล้ว ถ้าให้ยาสลบเข้าไป ยิ่งทำให้ความดันเลือดลดลง เพราะฉะนั้นข้า ไม่รู้..ว่าข้าวางยาสลบ จนทำให้เค้าตายรึเปล่า?”

“โน ภายหลังที่เย็บเส้นเลือดจนหยุดไหลแล้ว ความดันจะไม่ลดต่ำลงไปอีก เค้าไม่ได้ตายเพราะสาเหตุนั้น คุณฮวาง คุณยังคิดว่าคุณฆ่าใต้เท้าเบ๊ก
อยู่อีกเหรอ? ไม่ใช่ว่าคนไข้ทุกคนที่ได้รับการผ่าตัดแล้ว จะรอดชีวิตได้ทุกคนหรอกนะ”

“ไม่ได้รอดชีวิตทุกคน ไม่มีการผ่าตัดที่ปลอดภัยเหรอ”

“เยส ถ้าผมเป็นคุณในตอนนั้น ผมก็คงจะรักษา แต่ความจริง ผมก็คงจะ…ช่วยชีวิตไม่ได้เหมือนกัน นั่นไม่ใช่ความผิดคุณฮวาง เข้าใจรึยัง”

“คุณพูดจริงเหรอครับ”

“ไม่ต้องไม่ค่อยสบายใจหรอก กลับไปเถอะ”

“จริงเหรอท่านหมอ ข้าไม่ได้ฆ่าเค้าเหรอ?”

“ใช่ คุณไม่ได้เป็นคนฆ่า”

“พูดจริงเหรอครับ ข้าไม่ได้เป็นคนฆ่า ข้าไม่ได้ฆ่าใต้เท้าเบ๊ก ข้าไม่ได้ฆ่าคนใช่มั้ยครับ ข้าอยากเป็นแพทย์ ข้าอยากเป็นแพทย์ เพื่อให้ช่วยชีวิตคน”

“อะไรนะ?”

“ข้าอยากเป็นผู้ช่วยของท่าน โปรดรับข้าไว้ด้วยเถอะ ได้โปรดเถอะครับ”

“ผมทำไม่ได้ ผมคงรับคุณไว้ไม่ได้หรอก คุณฮวาง คุณมีความถนัดเป็นหมอได้ ผมยังตกอกตกใจเลย แต่ถ้าให้คุณติดตามผมจริง ผมคงลำบากใจ เราไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ตลอด เวลาที่ผมไม่อยู่ คุณฮวาง คุณจะทำอะไร ผมไม่มีทางรู้เลย ถ้าเกิดเหตุแบบงี้อีก เวลาที่ผมไม่อยู่ ผมคง..จำเป็นที่จะต้องรับผิดชอบด้วย” หมออัลเลน กล่าว

“ข้าจะยอมเชื่อฟังแพทย์ทุกอย่างเลย”

“แต่ผมเป็นคนต่างชาติ ถ้าหากผมจึงควรเดือดร้อนเพราะคุณ ผมอาจจำเป็นจะต้องออกไปจากประเทศนี้ ผมขอโทษด้วยนะ คุณอาจจะยังมีโอกาสอื่น”

“แพทย์ ใต้เท้ามีอาการแปลก ๆ” ลูกน้องเผ่านาบอก

“เกิดอะไรขึ้น?”

หมออัลเลน มาดูอาการของใต้เท้ายองอิก สั่งให้ฮวางจองช่วยป้อนเหล้าเพื่อให้สร้างความอบอุ่นให้ตามเวลาที่นาฬิกาปลุกดัง หลังจากได้ดื่มเหล้า ยองอิกเริ่มรู้สึกดีขึ้นจึงขอเหล้าอีก แต่ฮวางจองไม่ยอมการันตีจะป้อนให้ตามเวลาที่หมออัลเลนบอก เมื่อดื่มเหล้าจนครบ ยองอิกอาการดีขึ้นมาก อุณหภูมิร่างกายกลับมาเป็นปกติแล้ว หมออัลเลนจึงถามฮวางจอง ว่ายังต้องการจะเป็นผู้ช่วยอยู่หรือเปล่า

“ครับ ผมอยากเป็นมาก”

“ถ้าหาก คนไข้ที่อยู่ตรงหน้า เป็นขุนนางใหญ่…กับสามัญชนล่ะ คุณจะเลือกรักษาใครก่อน”

“เลือกรักษาคนที่มีอาการหนักก่อน”

“แล้วถ้าหากเป็นคนดีกับคนเลวล่ะ?”

“ก็ต้องช่วยคนที่มีอาการหนักก่อนเหมือนกัน”

“ดีมาก สิ่งที่ผมต้องการ..มีเพียงอย่างเดียว คือเป็นหมอจึงควรไม่ปฏิเสธคนไข้ นี่เป็นจรรยาบรรณของคนที่เป็นแพทย์…ต้องจำไว้”

“ข้าจะจำเอาไว้”

“นับจากนี้ไป คุณฮวาง คุณเป็นผู้ช่วยของผม คุณฮวาง คุณจะแปลงเป็นหมอที่ดีได้แน่ๆ”

“ขอบคุณท่านมาก ขอบคุณท่านมาก ฮือ ๆ จะให้ข้าทำสเต๊กให้คุณกินมั้ย ทำสเต๊ก”  ฮวางจอง ร้อง ปลื้มใจ

ฮวางจอง มาหาซ๊อกรัน นางแปลกใจที่เขาไปไหนมาไหนอย่างเปิดเผยจึงถาม ฮวางจองบอกว่าตอนนี้ตนได้เป็นผู้ช่วยของหมออัลเลนแล้ว และบอกว่าตนไม่ใช่ต้นเหตุที่ทำให้ใต้เท้าเบ๊กตาย และรู้สึกไม่สบายใจว่าตนจะทำหน้าที่ได้ไม่ดี ซ๊อกรันจึงพูดให้กำลังใจว่าจำเป็นที่จะต้องทำได้ดีแน่ๆ

พระเจ้าโกจง ตรัสถามพระมเหสี เรื่องหลานที่ไม่สบาย เมื่อรู้ว่าอาการดีขึ้นเพราะหมอฝรั่ง จึงต้องการจะพบซักหน่อย ด้านยองอิกมีอาการปากผิดปกติ หมออัลเลนเผ่านาดู ก็ตระหนกตกใจเมื่อฮวางจอง บอกว่า เหล้าถูกดื่มหมดขวดเลย

“โอ้ว มายก๊อด เป็นเพราะเหล้านี่ ทำให้กล้ามเนื้อหน้าอ่อนแรง”

“ถ้างั้น…ควรทำยังไง ข้าต้องเป็นอย่างงี้ไปตลอดเหรอ แล้วถ้าฝังเข็มไปตรงนี้ล่ะ” ยองอิก ถาม

“ไม่ต้องห่วง มันพอรักษาได้ ไม่ต้องไม่ค่อยสบายใจ”

“อย่างนั้นเหรอ ถือว่ายังโชคดี”

ยองอิกได้รับการรักษาจนหาย จึงขอให้หมออัลเลนไปช่วยรักษาที่บ้านในวันหลัง แต่หมอปฏิเสธ บอกว่าตนจะเปิดคลินิก เพราะคงไม่สามารถไปรักษาคนไข้ทีละคนตามบ้านได้ ต้องให้คนไข้มาที่บ้าน ถึงจะรักษาคนไข้ได้มากขึ้น หลังกลับออกมาฮวางจองจึงถามหมออัลเลนว่าวิธีที่จะใช้รักษาใต้เท้ามินคืออะไร หมออัลเลนตอบว่าใช้ อิเล็กทริคชิตี้ เป็นเครื่องที่ใช้กระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้า

“อืม ทันเดอร์แอนด์ไลติ้ง แสงสีเหลืองแวบบนฟ้า ที่ดังครืน ๆ น่ะ” หมออัลเลน กล่าว

“ครืน ๆ ท่านหมายคือฟ้าร้องฟ้าผ่าน่ะเหรอ”

“ใช่ อิเล็กทริคซิตี้”

“อ๊า นั่น นั่นน่ะเหรอ อีเล็ก อ้า แปลว่าในนี้เก็บฟ้าผ่าฟ้าร้องเอาไว้เหรอ? โอ้..ข้ากลัวจนใจเต้นแรงไปหมดแล้ว”

“ใจเต้นแรงเหรอ มีอีกนะคุณฮวาง ตามผมมาสิ”

พระเจ้าโกจงมาพบยองอิก เมื่อรู้ว่าความสามารถการรักษาของหมออเมริกันยอดมาก ทางยองอิกจึงทูลเสนอให้เปิดการสาธิตการรักษาสักครั้งหนึ่ง

“ฝ่าบาท ไม่ได้นะเพคะ การรักษาแบบตะวันตก…ยังเป็นหลักสำคัญอ่อนไหว คนจะวิจารณ์ได้” มเหสี กล่าวทูล

“นั่นสินะ ที่เจ้าพูดมาก็ถูก”

“อีกไม่กี่วัน หมออัลเลนจะเปิดคลินิกรักษาคนที่บ้านของเค้าเอง ฝ่าบาทเสด็จไปพบเค้าเงียบ ๆ ก็ได้พ่ะย่ะค่ะ”

“เปิดคลินิกงั้นเหรอ โอ้ ข้าก็ต้องการจะไปดูเหมือนกัน”

“กระหม่อมจะคุ้มครองเสด็จเอง”

“แต่ก่อนอื่น ต้องรักษาหน้าเบี้ยว ๆ ของเจ้าซะก่อน ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องว่าพูดอะไร” มเหสี ตรัส

“ขอโทษพ่ะย่ะค่ะ”

หมออัลเลน ใช้เครื่องอิเล็กทริคซิตี้ รักษายองอิก จนกลับมาพูดได้อีกรอบ เขาจึงถือโอกาสบอกว่าตอนนี้พระราชาทรงพอพระทัยหมออัลเลนมาก อีกไม่กี่วันเมื่อเปิดคลินิกพระองค์จะประพาสลับ ๆ ขอให้เตรียมตัวไว้ นี่น่าจะเป็นโอกาสที่ดี

ยองอิก ได้พบกับโดยัง ก็สอบถามว่าจะให้ช่วยหาทางทำให้โดยังได้กลับไปเรียนที่สำนักการศึกษาใหม่ แต่โดยังปฏิเสธเพราะไม่ได้สนใจเรียนตรงนั้นมานานแล้ว ยองอิกสอบถามเรื่องบาดเจ็บแนะนำว่าลองไปให้หมออัลเลนตรวจดู อีกไม่กี่วันก็เปิดคลินิกแล้วความสามารถไม่เลวเลย และตอนนี้เขาได้ผู้ช่วยชาวโชซอนแล้วด้วย ชื่อบัณฑิตฮวาง เมื่อได้ยินเช่นนั้นโดยังก็ตะลึง

โดยัง กลับมาบอกคูฮอนผู้เป็นอา ว่าคนที่ฆ่าพ่อของตนยังมีชีวิตอยู่ และยังได้เป็นผู้ช่วยของหมออัลเลน คูฮอนว่า จะอยู่เฉยไม่ได้แล้วแต่ยังไงก็ต้องไว้ทุกข์ให้พ่อ 49 วัน

หมออัลเลนเผ่านาหายู แต่ฮวางจอง ขอตัวไปรออยู่ข้างนอก หมออัลเลนให้เขาทำตัวให้เหมือนผู้ช่วย

“เจ้าไปเป็นผู้ช่วยหมออัลเลนเหรอ?” ยู ถาม

“ใช่ครับ เป็นอย่างนั้นแหละ”

“บัณฑิตฮวางนี่ ชอบมีเรื่องให้แปลกใจได้ทุกที” ยู กล่าว

“ไม่รู้ว่าข้าทำให้คุณต้องเดือดร้อนเพราะข้าไปมากขนาดไหน ต้องขอโทษด้วยครับ”

“ก็ไม่เรียกว่าเดือดร้อนหรอก เรื่องทั้งหมด มันก็ผ่านไปได้ด้วยดี ยังไงก็ต้องถือว่าโชคดีมากแล้ว ข้าได้ยินมาว่าท่านหมออัลเลน จะเปิดคลินิกแล้วเหรอ?”

“ใช่ ผมถึงต้องเดินทางมาที่นี่ก่อน” หมออัลเลน กล่าว

“ไม่ใช่เรื่องอะไร เพราะว่ายังขาดยาบางสิ่งบางอย่าง แพทย์เลยอยากมาขอให้คุณช่วยเหลือ”

“อ้อ ถ้าเป็นเรื่องนั้น ข้าต้องช่วยแน่อยู่แล้ว”

“ขอบคุณท่านมาก คุณฮวาง”

“อ้อครับ นี่ครับท่าน”

ชักแท ทำตัวเป็นหมอดู ทำนายเรื่องคู่ให้กับ นังนัง และมียอง สาวหอนางโลม ชักแท ทำนายไม่ดีจนสองสาวไม่พอใจ

“โหงวเฮ้งของเจ้าเป็นคนอายุสั้น โอ้ ข้าหลุดปากเผยความลับไปแล้ว”

“หมอดูบ้าอะไรพูดอย่างงี้ พูดอะไรนะ หะ อายุสั้นเหรอ” มียอง กล่าว

“คุณหนู เค้าบอกว่าข้าจะตายเร็ว” นังนัง กล่าว

“ไม่หรอก ใครบอกว่าเจ้าจะตาย ไปกันเถอะ” มียอง กล่าว

“ไม่เชื่อก็อย่าเชื่อสิ ทำไมต้องเขวี้ยงเซียมซีด้วย” ชักแท กล่าว

“งั้นเจ้าก็ดูดวงตัวเองไปเถอะ”

“ดูสิแตกหมดเลย วันนี้ข้าดูแม่นออกจะตายนะ เพื่อให้นรัก อยู่ทางเหนือ โซกึนแกอยู่ทางเหนือเหรอ ทางนี้ ๆ ไปทางนี้ก็บ้านใต้เท้ายูน่ะสิ” ชักแท กล่าว

ชักแท มาหามักเซง ถามถึงบัณฑิตฮวาง เจ้านายของตน แต่มักเซง บอกว่าหนีไปด้วยกันแล้วยังกลับมาให้เกิดเหตุทำไม ชักแท จึงรู้ว่าตนทำนายถูกจริง ๆ

โดยังสอบถามโพโกว่าหาบัณฑิตฮวาง เจอมั้ย

“เอ่อ คือว่า” โพโก พูดไม่ออก

“คนที่ชุบเลี้ยงขอทานข้างถนนอย่างเจ้าจนได้มาเป็นมือปราบคือใครกัน?”

“ก็คือคุณชายครับ ข้า…รู้สึกสำนึกบุญคุณมาตลอด”

“สำนึกเหรอ สำนึกบุญคุณของเจ้าทำได้แค่นี้เหรอ ช่วงที่เจ้าแซ่ฮวางไปเป็นผู้ช่วยของหมออเมริกันที่ชื่ออัลเลน ตอนนั้นเจ้าทำอะไรอยู่?” โดยัง ถาม

“นี่ท่านรู้ได้ยังไงครับ จะจัดการยังไง จะให้ข้าไปเก็บมันเงียบ ๆ มั้ยครับ”

“ยังไม่ต้อง ต้องการจะฆ่ามันเมื่อไหร่ก็ได้ ข้าต้องการที่จะรู้จักมันมากกว่านี้หน่อย ถ้าฆ่ามันตอนนี้ คงมีเรื่องหลายอย่างคาใจ” โดยัง กล่าว