“ว่ายังไงนะ พระมเหสีมีรับสั่งให้มาจับข้างั้นเหรอ เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ นั่นต้องไม่ใช่โองการของพระมเหสีแน่ มันเป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่ ต้องไม่ใช่อย่างนั้น พระมเหสีไม่มีทางรับสั่งอย่างนั้นแน่ นั่นเป็นของปลอม ต้องเป็นของปลอมแน่”

“ข้าเป็นคนสั่งเอง และนี่คือโองการข้างในที่ผ่านีคำสั่งออกมา” อินวอนการันตี

“พระมเหสี พระมเหสี นี่มัน นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมถึงทำกับกระหม่อมอย่างงี้”

“ท่านรองเจ้ากรม ยอมรับซะดีมากยิ่งกว่า ไม่ได้ยินที่ข้าพูดรึไง?” อินวอนตวาด

ทหารกรูเข้าจับกุมมูยอล มูยอลขัดขืนหันไปโกรธใส่ทงอี

“นี่มันอะไรกัน ทุกอย่างเปลี่ยนเป็นอย่างงี้ได้ยังไง ท่านใช้แผนการอะไร ท่านใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไรกันแน่?”

“คนที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมคือท่านต่างหากใต้เท้า ท่านยังมีหน้ามาย้อนถามข้าอีกรึ? ข้าเคยบอกแล้วว่าไม่ใช่คนทุกคนบนโลกจะเหมือนท่าน ท่านยังจำได้รึเปล่า คนที่เอาแต่ไขว่คว้าผลประโยชน์โดยไม่เลือกวิธีการ เพื่อให้ให้ได้มาซึ่งอำนาจ นี่คือการเมืองอย่างนั้นรึ ท่านเข้าใจผิดแล้ว การเมืองก็คือการลงโทษคนเลวพวกนั้น การเมืองก็เป็นอย่างงี้ไม่มีทางเลือก ผิดอย่างที่สุด ความจริงสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความจริงใจ ดังนั้นใต้เท้าจะได้เห็นกับตาว่าอะไรถึงจะเรียกว่า พลังที่แท้จริง”

“คิดว่าทำอย่างงี้ แล้วจะจับข้าไปลงโทษได้อย่างนั้นหรือ มีหลักฐานรึ ท่านจะมีหลักฐานยัดเยียดความผิดทั้งหมดให้ข้าได้เหรอ ในที่สุดคนที่ตายจะเป็นท่าน เข้าใจรึยังหา เพราะว่าท่านบังอาจคิดแผนคิดร้ายองค์รัชผู้สืบสกุล” มูยอลพยายามดิ้นหาทางรอด

“จนป่านนี้ท่านยังคิดว่า ข้าไม่รู้แผนการที่ท่านซ่อนเอาไว้อีกงั้นเหรอ ท่านคิดอย่างนั้นจริงหรือ?” ทงอียิ้มเยาะ

ทงอีมาพบอินวอน และคุยย้อนไปถึงเรื่องที่มเหสีอินวอนมีรับสั่งให้ทงอีออกจากวัง

“หม่อมฉันต้องการจะทูลถามพระองค์เรื่องเดียว ที่รับสั่งให้หม่อมฉันออกจากวังทันที นี่เป็นเพราะจางมูยอลใช่มั้ยเพคะ พระองค์ยังคิดว่าหม่อมฉันยังคิดร้ายกับรัชผู้สืบสกุล ใช่รึเปล่าเพคะ พระมเหสี เมื่อคืนหม่อมฉันยังมีอีกเรื่องที่ยังไม่กราบทูล จำได้มั้ยเพคะ พระมเหสี ตอนนี้พระราชา กำลังจะสละราชสมบัติ เพื่อให้ปกป้ององค์รัชผู้สืบสกุลและองค์ชายยอนอิง พระองค์ถึงตัดสินพระทัยที่จะทำอย่างงี้เพคะ”

“อะไรนะ สละบัลลังก์” อินวอนตระหนกตกใจมาก

“แล้วจางมูยอลก็รู้เรื่องนี้แล้วเพคะ เพราะฉะนั้น สิ่งที่จางมูยอลกลัวที่สุดในตอนนี้ ไม่ใช่ว่าหม่อมฉันคิดจะรังแกองค์รัชผู้สืบสกุล แต่เค้ากลัวว่าหากองค์ชายยอนอิงได้ขึ้นครองราชย์ในอนาคตจะเป็นภัยต่อเค้าเท่านั้นเพคะ” ทงอีบอก

“ซุกบิน อะไรเนี่ยซุกบิน?”

“จางมูยอลต้องการจะให้หม่อมฉันออกจากวัง แปลว่า เค้าต้องมีแผนการอะไรอยู่ ถ้าเป็นอย่างนั้นหม่อมฉันยินดีออกจากวังไป และปล่อยให้แผนการของจางมูยอลค่อย ๆ เปิดเผยความจริงนั้นออกมาเองเพคะ แม้กระนั้นก่อนที่จะทำอย่างนั้น หม่อมฉันอยากขอให้พระมเหสีทรงเชื่อความจริงที่หม่อมฉันทูล เพราะทั้งหมดนี้เป็นความจริง ได้โปรดประทานอนุญาตด้วยเถอะเพคะ ให้เวลาหม่อมฉันหน่อย หม่อมฉันขอเวลาสักหน่อยได้มั้ยเพคะ พระมเหสี หม่อมฉันจะพยายามสืบให้รู้ให้ได้ว่าแผนการที่จางมูยอลกำลังทำคืออะไรกันแน่” ทงอีอ้อนวอน

ทงอีให้นางในช่วยสืบหาข้อมูลและนำมาให้พระมเหสี โดยในงานเลี้ยงของขุนนางปลดเกษียณ เส้นทางที่องค์รัชผู้สืบสกุลเสด็จผ่าน ควรจะผ่านโคทงและทับทง จากนั้นจึงค่อยไปถึงยอน ฮวาบัง แต่เส้นทางเสด็จ กลับถูกเปลี่ยนกะทันหัน เป็นเส้นทางเดียวกับที่ทงอีต้องผ่านไปตำหนักลีฮยอน ซึ่งมูยอลต้องมีแผนการอะไรแอบแฝงอยู่

พระมเหสีนึกถึงตอนที่มูยอลมากราบทูลว่าทงอีคิดจะลอบปลงพระชนม์รัชผู้สืบสกุล ทำให้ตอนนั้นอินวอนลังเลว่าจะเชื่อใครดี

“ข้าก็ไม่รู้ ว่าทำไมในตอนนั้นข้าถึงได้ ตัดสินใจอย่างนั้น ข้าเองก็ไม่รู้ว่าทำไมตอนนั้นถึงได้เลือกสั่งจับจางมูยอลแทน เพราะเจ้าบอกข้าว่าเจ้าต้องการปกป้ององค์รัชผู้สืบสกุลละมั้ง ดังนั้นจำเป็นต้องมีใครคนนึงโกหกแน่ แต่ข้าเชื่อว่าสิ่งที่เจ้าบอกมันมาจากความจริงใจ มันดูไม่เหมือนการโกหก” อินวอนบอก

“พระมเหสี”

“ดังนั้นช่วยพิสูจน์ให้ข้าเห็นซุกบิน ว่าความจริงที่แทบไม่น่าเชื่อนั้น เป็นความจริงซักขนาดไหน”

“เพคะ หม่อมฉันจะทำให้ดีที่สุด ไม่ว่ายังไงหม่อมฉันก็จะไม่ทำลายความเชื่อถือของพระมเหสีเพคะ” ทงอีกล่าวอย่างมุ่งมั่น

พระเจ้าซุกจงช่วยหาหลักฐานมาให้ทงอี พอวูนเทคทราบก็แปลกใจมาก

“ในตอนแรกที่จางมูยอลกุมอำนาจทหารในวัง ข้าบอกพี่ชอนซูไปว่าจางมูยอลมีพฤติกรรมที่น่าสงสัยมาก มันควรต้องมีแผนการอะไรแน่ค่ะพี่ คนฉลาดอย่างเค้าไม่มีทางทำอะไรโดยไม่เหลือทางถอยให้ตัวเอง ดังนั้นเค้าไม่มีทางคิดลงมือฆ่าข้ากับองค์ชายยอนอิงแน่”

“คิดว่า เค้าไม่มีทางกล้าทำอะไรบ้างในวังหรือพ่ะย่ะค่ะ” ชอนซูถาม

“ใช่ ข้าคิดว่าอย่างนั้น ดังนั้นจะให้ทหารองครักษ์ กลับวังมาเวลานี้ไม่ได้”

“ถ้างั้น ทหารองครักษ์คงจะมีงานอื่นที่ต้องทำ”

“พี่ชอนซูคะ ข้าอยากขอให้คุณ รีบส่งม้าเร็วนำจดหมายไปส่งที”

“พ่ะย่ะค่ะพระสนม”

พระเจ้าซุกจงได้รับจดหมายจากทงอีก็ดีพระทัยมาก

“นี่มันลายมือทงอีนี่  เป็นจดหมายที่ทงอีให้คนนำมาเพื่อให้มอบให้กับข้า ท่านคิดว่ายังไงท่านแม่ทัพ”

“กระหม่อมว่า พระสนมทรงคาดเดาถูก พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมคิดว่าจางมูยอลคงไม่มีทางบุ่มบ่ามคิดปลงพระชนม์ โดยเฉพาะยามที่ฝ่าบาทประทับนอกวังและเค้ากุมอำนาจทางทหารอยู่ ฝ่าบาท ถ้าอย่างนั้นในตอนนี้พระสนม…” ใต้เท้าซอกราบทูล

“ซุกบินกับองค์ชายยอนอิงน่าจะยังไม่มีอันตรายหรอก เพราะฉะนั้น ข้าคิดว่าซุกบินน่าจะ ต้องการให้เราตามสืบการเคลื่อนไหวของพวกนั้น  แบบงี้น่าจะได้หลักฐานมัดตัวเค้า แต่ถ้ามีคนจากในวังออกมาตรวจทานต้องไม่พ้นหูตาของคนพวกนั้นแน่ แต่ถ้าเป็นทหารองครักษ์ที่อยู่นอกวังอยู่แล้วล่ะ ท่านเข้าใจความหมายของข้ารึเปล่า?”

“พ่ะย่ะค่ะ หมายความว่าทหารองครักษ์ความสามารถดีที่สุด สามารถลงมือสืบสวนเรื่องนี้ได้โดยที่ไม่มีใครรู้และสังเกตเห็น”

ทงอีสืบทราบว่าในน้ำที่คนแบกเกี้ยวดื่มเข้าไปมียาพิษเจือปนอยู่ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้จะถ่วงเวลาให้ทงอีออกจากวังช้าลง ขณะที่ซางฮอนก็คิดจะทำลายหลักฐานให้หมด และให้ลูกน้องหนีไปกบดานที่อื่น แต่ผู้ช่วยใต้เท้าซอจับกุมได้เสียก่อน