เรื่องย่อเล่ห์รัญจวน 1

ต่อมาขุนรามได้พบกับ ท่านเจ้าพระยาสุธรรมเสนา ซึ่งเป็นพ่อของบุหลัน และท่านเชิญให้ขุนรามไปร่วมงานบุญที่บ้าน นั่นทำให้ขุนรามได้พบกับบุหลันอีกที การพบกันคราวนี้สร้างความประทับใจจนขุนรามขอบุหลันแต่งงาน บุหลันที่ยังรักขุนรามอยู่ไม่คิดปฏิเสธ และยังถือโอกาสแก้แค้นพวงทองที่แย่งขุนรามไปจากศรีจันทร์ จึงเอ่ยขอไม่ให้ขุนรามมีเมียหรือยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนไหนอีก รวมทั้งพวงทองที่เป็นเมียเอก ซึ่งขุนรามก็ยอม

           ภายในเรือนเริ่มคุกรุ่นเพราะขุนรามขลุกอยู่แต่กับบุหลัน ไม่สนใจพวงทอง วันหนึ่งพวงทองได้เจอหมอเทียนที่ทักว่าทำไมคุณไม่ท้องสักที หมอเทียนเลยให้ชาแก่นรัญจวนมา พวงทองชงให้ขุนรามดื่มในวันที่มาร่วมสำรับ ขุนรามที่ไม่ได้มีสัมพันธ์กับบุหลันมานานเพราะท้องแก่ จึงเกิดความกำหนัดกับพวงทองอย่างร้ายแรง พวงทองมีทาสรับใช้ชื่อมะยม ที่หวังดีคิดว่าขุนรามไม่สนใจนายของคุณ จึงแนะนำให้พวงทองไปซื้อสมุนไพรบำรุงความงามมาต้มกิน แต่แล้วกลับมีการหยิบหม้อยาไปผิด บุหลันจึงได้กินยาของพวงทองเข้าไป แล้วท้องเสียพอดี จึงเข้าใจว่าพวงทองตั้งอกตั้งใจเอายาพิษให้กิน ขุนรามโกรธมากจึงสั่งเฆี่ยนพวงทอง พวงทองที่ท้องอยู่จึงแท้งลูก บุหลันจึงรู้ว่าขุนรามแอบมีอะไรกับพวงทอง ทั้งพวงทองและบุหลันจึงมีปากเสียงกันเรื่อยมา

เล่ห์รัญจวน
          กระทั่งบุหลันคลอดบุตรสาวออกมาชื่อ แก้วเจ้าจอม แต่พวงทองไม่มีลูกเพราะขุนรามไม่แวะไปหาอีกเลย วันหนึ่งขุนรามกลับขึ้นเรือนมา และบอกว่าพาเมียกับลูกมาอยู่ด้วยและห้ามใครรังแก ทั้งพวงทองและบุหลันตกตะลึงเมื่อได้คิดว่าเป็นศรีจันทร์ และบุตรสาวชื่อดวงยิหวา ทั้งบุหลันและพวงทองคิดจะหย่าศึกเพื่อให้จะได้อยู่กันอย่างสงบ แต่ศรีจันทร์กลับริษยาที่คิดว่าขุนรามเปลี่ยนใจไปรักใคร่บุหลันจนไม่สนใจคุณเหมือนเมื่อก่อน จึงคิดแผนการให้ขุนสมานมาเยี่ยมบุหลัน และให้มะยมยกชาแก่นรัญจวนไปให้ขุนสมานและบุหลันดื่ม ทั้งคู่เกิดความปรารถนาแต่บุหลันพยายามปัดป้อง กระทั่งขุนรามมาเห็นเข้า ขุนรามโกรธมากลากบุหลันไปเฆี่ยนตี ที่คิดคบยก้สู่ชายทั้ง ๆ ที่ห้ามไม่ให้เขายุ่งเกี่ยวกับเมียไหนอีก

เรื่องย่อละคร อังกอร์

ป่าทึบใจกลางสาธารณรัฐบันตรันเจีย พ.ศ. 2497 นายพลมิน นำกลุ่มพรานและทหารคุ้มกันจำนวนมาก กําลังเร่งฝีเท้าตามกลุ่มประชาชนอย่างเคร่งเครียด ทั้งหมดกําลังตามล่าเสือที่ไม่ใช่เสือธรรมดา แต่เป็นเสือที่อาฆาตและมีวิญญาณร้ายแฝงอยู่ เสียงเสือคำรามดังสนั่น เงาร่างของเสือขนาดใหญ่วิ่งวูบวาบอยู่ในป่า ทั้งหมดตามไปอย่างไม่ลดละ จนกระทั่งนายพลมินเผชิญหน้ากับมันสองต่อสอง ในมือของนายพลมินมีปืนล่าเสือที่บรรจุกระสุนเงิน ที่เชื่อว่าจะเป็นกระสุนอาคมที่สามารถฆ่าวิญญาณเสือร้ายได้ เมื่อนายพลมินเหนี่ยวไก กระสุนเกิดด้าน ทำให้นายพลมินต้องตัดสินใจใช้ไรเฟิลคู่ใจยิงมัน เสือร้ายล้มลง ก่อนที่มันจะสิ้นใจ กลับมีแสงสีเขียวลอยออกจากร่างของเสือร้าย มันพุ่งไปด้วยความอาฆาตแค้น

          ณ บ้านพักของนายพลมิน คุณหญิง เมียนายพล กำลังจะคลอดลูก ท่ามกลางเสียงโหยหวนด้วยความเจ็บปวดของคุณหญิงและเสียงฟ้าร้องคะนอง ในที่สุดคุณหญิงก็คลอดลูกออกมาเป็นเพศหญิงชื่อว่า อังกอร์ วิญญาณร้ายพุ่งเข้าไปสิงสู่ร่างทารกอังกอร์ทันที เสียงเด็กร้องไห้จ้า แม่นรินทร์กอดทารกอังกอร์ไว้แน่น เสียงฟ้าผ่าก้องท้องฟ้าแปรปรวน ดวงตาของทารกหญิงปรากฏเป็นประกายสีเขียวสะท้อนวูบ คุณหญิงผู้มีสัมผัสพิเศษรู้ดีว่า วิญญาณเสือร้ายเข้าสิงบุตรสาวของตนเสียแล้ว คุณหญิงได้สั่งเสียบุตรสาวของตนไว้กับ แม่นรินทร์ และสิ้นใจลงในที่สุด นายพลมินและแม่นรินทร์ ไม่มีใครรู้ว่าทำอย่างไร นอกจากจะคอยดูแลอังกอร์อย่างใกล้ชิด ถ้าถึงนาทีสุดท้ายที่วิญญาณเสือร้ายควบคุมอังกอร์ได้ นายพลมินจะฆ่าคุณด้วยกระสุนเงินสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่ทันที เพื่อให้ไม่ให้คุณต้องรับกรรมทรมานไปตลอดชีวิต

          24 ปีผ่านไป ณ กรุงสุรัตจันเตรียม เมืองหลวงของสาธารณรัฐบันตรัยเจีย งานเลี้ยงต้อนรับ อังกอร์ ถูกจัดขึ้นเป็นอย่างมากใหญ่ในคฤหาสน์หรู กลางกรุงสุรัตจันเตรียม เมืองหลวงของสาธารณรัฐบันตรัยเจีย และเนื่องด้วยวันนี้เป็นวันเหมือนวันเกิดของนายพลมิน จึงมีการจัดงานอย่างสมเกียรติ ผู้คนต่างทยอยมาอวยพรรวมทั้ง นายพลเวียน และผู้กองคำปัน ลูกชาย ด้วย และในงานนี้นายพลมินถือโอกาสเปิดตัว อังกอร์ บุตรสาวของเขา ซึ่งบัดนี้อายุย่าง 25  ปี และเป็นเด็กนักเรียนแพทย์ปีสุดท้ายจากประเทศอังกฤษ

แหม่มแก้มแดง

ที่วิทยาลัยศิลปะในลอนดอน อนามิกา (ภิรนีย์ คงไทย) หรือ อะนา ของเพื่อให้นๆ มาเรียนคอร์ส 2 ปีจบทางด้าน Fashion Design อะนามีเพื่อให้นซี้รูมเมทคือ เมธาวี (วิริฒิภา ภักดีประสงค์)หรือ เม ที่ต่างก็กำพร้าพ่อแม่ ทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียนในเมืองที่ค่าครองชีพแทบจะแพงที่สุดในโลก แต่ก็โชคดีที่ อัทธวุธ หรือ อาร์ท (พลังธรรม กล่อมทองสุข) เพื่อให้นกะเทยซี้ปึ้กตั้งแต่สมัยเรียนอยู่เมืองไทยซึ่งมีฐานะร่ำรวยและให้ทั้งสองมาพักฟรีในบ้านเช่าของตน

งานพิเศษหาค่าเทอมของอะนา และเม คืองานที่ร้านอาหารไทยในลอนดอนของ เจ๊พนิดา (ดารณีนุช โพธิปิติ) หรือ เจ๊แพนด้า ที่มีลูกชายฉลาดน่ารักลูกครึ่งฝรั่งชื่อ จ๊อด (ศักดิเดช ศศิประภา) ซึ่งมาจากจอร์จนั่นเอง (แต่ปัจจุบันสามีฝรั่งทิ้งเจ๊แพนด้าไปแล้ว) อะนากับเม รับหน้าที่สารพัดในร้าน โดยอะนาเป็นคนเก่ง คล่องแคล่ว ก็จะทำหน้าที่เหมือนผู้จัดการ + แคชเชียร์ + เด็กเสิร์ฟ + เด็กล้างจานเก็บกวาดร้าน รวมไปถึง บางครั้ง ก็ต้องแต่งชุดไทยรำไทยโชว์ฝรั่งหาทิป ขณะที่ เมจะได้ทำงานง่ายๆ กว่าอะนา ทั้งสองอาศัยรายได้ทั้งเงินเดือนเงินทิป และอาศัยห่อข้าวในครัวกลับไปกิน เมื่อกินฟรีพักฟรี จึงทำให้ทั้งสองเรียนและดำรงชีวิตอยู่ในเมืองที่ค่าครองชีพสูงปรี๊ดอย่างลอนดอนได้

เรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นอีกเมื่อ ณประเสริฐ (ทวีทรัพย์ จุลทรัพย์)หรือ ภัท เพื่อให้นซี้กับกลุ่มของ
อะนา กำลังเช็คอีเมลแล้วได้พบว่ามีคลิปส่งมาจาก ณดล (ชาคริต แย้มนาม)พี่ชายจากเมืองไทย โดยมีเม ที่แอบรักภัทอยู่ มานั่งดูอยู่ด้วย ในคลิปนั้นเป็น ภาพของ กอบชัย(ดิลก ทองวัฒนา) และ พนารัตน์ (สาวิตรี สามิภักดิ์)พ่อและแม่ของเขา ยิ้มแย้มบอกข่าวดีว่า ได้หมั้นหมายภัทไว้กับ แพรวา (นาวินดา เบอร์ท๊อดที้) บุตรสาวของ เสรี(รอน บรรจงสร้าง)เศรษฐีใหญ่เพื่อให้นสนิทที่ได้สัญญากันไว้เมื่อนานมาแล้ว เจริญ|ดีู้ดีว่านี่เป็นข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้

เมกลับมาที่ห้องเช่าอาร์ท ร้องไห้เสียใจ อะนากับอาร์ทปลอบเม พร้อมว่าเมที่มัวแต่อิดออดไม่บอกให้ภัทได้รู้ว่าเมรักภัท ทุกอย่างจึงสายเกินแก้ อะนาตัดสินใจไปหาภัทที่ห้องเช่าของภัท แต่ก็ต้องแปลกใจที่ได้พบกับ นลิณา หรือ นีน่า(เมย์ เฟื่องอารมณ์)และ เกตนิการ์ หรือ เกด(โชติกา วงศ์วิลาศ) สองสาวแสบ ที่เรียนอยู่ที่เดียวกัน อยู่ข้างในห้องภัท นีน่าและเกดเป็นสาวเปรี้ยวรวยหรู พูดจาดูถูกอะนา ก่อนนีน่า จะบอกว่า แพรวาที่จะหมั้นหมายกับภัท ก็คือ น้องสาวแท้ๆ ของตนนั่นเอง แต่นีน่าเองก็ไม่รู้ว่า เกดเพื่อให้นซี้ของตน ก็แอบรักภัทอยู่ และแอบคิดจะแย่งภัทมาครอบครอง เมเห็นภัทก็พอจะนึกออกว่าตัวภัทเองไม่ได้เห็นด้วยเลยกับการหมั้นแบบคลุมถุงชนคราวนี้

ลับลวงหลอน

มาร่วมลุ้นกับภารกิจปลดปล่อยดวงวิญญาณ สุดเฮี้ยน ของพวกเขาและคุณ ++ เรื่องราวของจอมทัพ(ซัน-ประชากร ปิยะสกุลแก้ว)วิศวกรชายหนุ่มเด็กนักเรียนนอก ที่พึ่งจะกลับมาเมืองไทยเพื่อให้ตั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้างของตนเอง โดยงานแรกที่จอมทัพได้เซ็นสัญญาก็คือแผนการสร้างสวนสนุกพันล้าน จอมทัพภูมิใจมากที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้ทำแผนการนี้ และเขาต้องรื้อถอนหอพักร้าง“เยี่ยมวิมาน”เพื่อให้สร้างโครงงาน หากแต่ก่อนหน้านี้มีบริษัทรับเหมาอย่างมากที่ล่าถอยไปจากแผนการนี้อย่างกระทันหัน เหตุผลคือ“ผีหลอก”หากจอมทัพกลับมองว่าเป็นเรื่อง

ดาราหนังในละครเรื่องลับลวงหลอน
ซัน-ประชากร ปิยะสกุลแก้ว รับบท จอมทัพ ในละครเรื่องลับลวงหลอน
วิศวกรชายหนุ่มเด็กนักเรียนนอก อายุประมาณ 27 ปี กำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่วัยรุ่น มั่นใจในตัวเองสูง เชื่อมั่นในหลักคิดวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้จริง ไม่เชื่อเรื่องผีสาง ขยัน มุ่งมั่นตรงต่อเวลา ทุกอย่างเป็นธุรกิจทำอะไรต้องสำเร็จ ไม่มีคำว่าล้มเหลว

ยีน-เกวลิน ศรีวรรณา รับบท หนูนา ในละครเรื่องลับลวงหลอน
สาวสวย อายุประมาณ 22 ปี จบมัธยมศึกษาตอนปลายอย่างกระท่อนกระแท่นเพราะตั้งแต่เกิดก็ถูกพวกผีมารุมล้อม ขอให้ช่วยเป็นสื่อกลางในการติดต่อผู้คน ทำให้ไม่ว่าจะไปไหนก็จะมีคนมองว่ามีวิญญาณติดตามเสมอ จึงไม่อยากมีใครอยู่ใกล้ ทำให้แปลงเป็นคนเก็บตัว ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร เป็นคนช่างฝัน ชอบอ่านหนังสือ

พัฒนะ พันธุ์เทวะ รับบท ขุนพล ในละครเรื่องลับลวงหลอน
เป็นทั้งเลขาและคนขับรถของจอมทัพ เจ้าสำอางค์ เจ้ายก้ พูดเก่ง กะล่อน ชอบประจบเจ้านาย ช่วยทำงานทุกอย่างตามที่จอมทัพสั่ง ที่ไหนมีจอมทัพตรงนั้นต้องมีขุนพล

ลักขณา วัธนวงส์ศิริ รับบท น้องนี ในละครเรื่องลับลวงหลอน
ตานีผีสาวกิ๊กของดำเกิง ชอบหลอกผีบรรดาชายชายหนุ่มที่พลัดหลงมาในหอผี เป็นคู่กัดกับผีชมพู่ ทั้งคู่ชอบสมุทราะตบตีกันตลอด สาเหตุมาจากแย่งผู้ชายคนเดียวกัน

แมทธิว ดีน รับบท แบรี่ ในละครเรื่องลับลวงหลอน
ตัวประกอบละครรูปหล่อ ที่ชอบเล่นเป็นเกย์จนคนนึกว่าจริง รักการแสดง ชอบซ้อมบทกับคนที่มาในหอ และชอบหลอกผีผู้คนไปทั่ว

นันทรัตน์ ชาวราษฎร์ รับบท ชมพู่ ในละครเรื่องลับลวงหลอน
ผีสาวเสริฟที่ตายเพราะกินยาประชดแฟน เพื่อให้ต่อต้านความรักเกลียดผู้ชาย ตอนมีชีวิตอยู่เป็นเพื่อให้นรักกับตานี อยู่หอเดียวกัน ลต่สุดท้ายต้องมาผิดใจกันเพราะเรื่องผู้ชาย

ใต้เงาจันทร์ 2

เป็นความบังเอิญที่คืนนั้นขณะที่สร้อยทิพย์กำลังพยายามหาข้อมูลของร้านอาหารมาตอบ ศตายุให้ได้ พบุซึ่งพักอยู่ในอาคารศศิวงศ์เอาคีย์การ์ดไปรูดเข้าห้องฟิตเนส เด็กที่ดูแลจับได้ว่าเป็นคีย์การ์ดห้องพักของบริษัทลูกค้าที่เช่ารายปีไว้ แต่ตอนนี้ว่างอยู่ จึงโทรไปตามสร้อยทิพย์ที่ห้องศตายุ เพราะคิดว่าพบูแอบลักลอบเผ่านาพักในดึก ศตายุจึงพลอยรู้เรื่องไปด้วย

พบูพอรู้เข้าก็โกรธแม่และสร้อยทิพย์มาก ที่หลอกให้ตัวเองเข้าไปแอบอยู่ด้านในห้องของคนอื่น จึงเก็บของจะย้ายออกในคืนนั้น มธุรสกลัวสร้อยทิพย์จะเดือดร้อนจึงไปคุยกับศตายุ บอกว่าพบูกำลังหางานทำ ขอพักชั่วคราว ศตายุไม่ได้สนใจ คิดจะปล่อยให้พ่อของเขาเป็นคนจัดการ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แต่ขณะจะกลับบ้าน เขาบังเอิญเจอพบูในเลิฟต์เข้าพอดี ก่อนหน้านี้เขาเคยเจอพบูมาก่อน เขาประทับใจคุณตั้งแต่นัดแรกที่เห็น พบูเคยช่วยกันเขาจากชคันภา เด็กสาวร่างอ้วน แต่ชอบคิดว่าตัวเองเป็นคนสวยหุ่นดี บุตรสาวของชัชชัยลูกค้าวิไอพีที่พึ่งเซ็นสัญญาแผนการใหญ่ไป และกำลังจะเซ็นสัญญาโครงงานใหม่ในอีกไม่นาน ชคันภาชอบคอยตามดื้อและคิดไปเองว่าเป็นแฟนเขา ศตายุไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเกรงใจพ่อคุณ

เมื่อรู้ว่าพบูคือบุตรสาวของมธุรส ศตายุให้คุณขนของกลับไปที่ห้อง และบอกให้คุณอยู่ต่อได้ เขาจะจัดการเรื่องทั้งหมดเอง และให้พบูมาเป็นผู้จัดการร้านอาหารที่กำลังปรับปรุงอยู่ ซึ่งเขาจะดึงจากแผนกธุรการมาดูแลเอง เรื่องนี้ทำให้มธุรสแปลกใจมาก และแอบคิดว่าศตายุคงจะมีใจให้พบูแน่จากความผิดชอบสร้อยทิพย์ ศตายุสั่งให้เจริยรุ่งทำรายงานอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นแต่เจริญก้าวหน้ารุ่งไม่สนใจเข้าไปบ่อนจนมาทำงานเอาตอนบ่ายของอีกวัน มาถึงจึงรู้ว่าศตายุไล่สร้อยทิพย์ออก และตั้งกนกวรรณลูกน้องของงามยิ่งซึ่งเป็นคนที่ศตายุวไว้ใจมาทำแทน และให้พบูเป็นคนดูแลร้านอาหารโดยประสานงานกับบุรี รุ่งเรืองรุ่งโกรธถึงกับตบหน้าศตายุ แต่ศตายุไม่สนใจ

ขณะเดียวกันบุรีเองก็เคยเจอกับพบูมาก่อน โดยที่พบูจำไมได้ ซึ่งครั้งนั้นพบูก็วีนใส่เขา และเมื่อมาพบกัน บังเอิญว่ารถของพบูถูกคนแกล้งปล่อยลมยางออกหมด บุรีต้องช่วยเปลี่ยนยางให้ แต่พบูก็พูดจาไม่เข้าหูบุรีอีก แต่แม้ว่าเขากับคุณจะแปลงเป็นไม้เบื่อไม้เมากันลอด แต่การได้ลับฝีปากปะทะคารมกับพบูเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่บุรีไม่เคยพลาดเลยทีเดียว

เพชรตัดเพชร 5

ข่าวการเดินทางมาของฟิเดลโร่ ที่คิดแผนจะท้าทายองค์กรพญายม รู้ไปถึงหูของมาดามหลุยส์ จึงทำให้ต้องเดินทางมาเมืองไทย พร้อมกับเฉินหลง และแองจี้ พร้อมคำสั่งให้ไตรจัดการเก็บฟิเดลโร่ ให้ได้ ซึ่งไตรก็ยังไม่รู้ว่ายอดคือ คนทรยศหักหลัง เพราะในระหว่างนั้นชาติได้ปรากฏ ตัวขึ้นอีกทีในองค์กรภายหลังที่หายไป ยอดนึกว่าชาติจะตายไปแล้วแต่ชาติไม่พูดเรื่องที่ยอด เป็นคนพยายามฆ่าตนเอง เพราะไป่หลูขอไว้ไม่อยากให้แผนการเป็นสายลับต้องเสียแผนเพราะ ความบาดหมางของยอดกับชาติ แต่ยอดก็ยังอดสงสัยพฤติกรรมของชาติไม่ได้ ยอดขอให้ เป๊กกี้ (ภคมน สถิรบุตร) คู่ขาของชาติ ช่วยดูพฤติกรรมของชาติแล้วให้รายงาน ชาติรู้สึกตัวว่ากำลังถูกยอดจับตาดูก็ไม่แสดง พฤติกรรมอะไรออกมาให้เป๊กกี้ จับผิดได้

ทางด้านฟิเดลโร่ รู้สึกตัวว่ากำลังเป็นเป้าของมาดามหลุยส์ จึงเร่งให้ยอดรีบขโมยสูตรลับยาโค-คิ-โน ออกมาให้ตน ยอดแอบลอบเข้าไปในห้องทำงานบนตึกที่ทำการของไตร แต่เมื่อเจาะรหัสผ่านตู้เซฟเข้าไปได้ ยอดกลับไม่พบสูตรยาแต่ไปพบหลักฐานที่ไตรพึ่งจะจะได้มาว่ายอดคือ คนทรยศและมีคำสั่งให้กายมฑูตทุกคนฆ่ายอดเมื่อเจอ ส่วนสูตรลับยาเสพติดโค-คิ-โน ถูก ซ่อนในจี้เพชร 40 กะรัต ที่มาดามหลุยส์ ใส่อยู่ ทางเดียวที่จะได้สูตรลับคือ ฆ่ามาดามหลุยส์ และ ชิงจี้เพชรมาเท่านั้น

ยอดหนีการตามล่าของพวกมือฆ่ากายมฑูตไปได้อย่างหวุดหวิด ไตรจึงสั่งให้ชาติที่ มองว่าความสามารถสูสีกับยอด ออกไล่ล่ายอดกลับมาให้ได้ ชาติต้องทำเป็นทำตามคำสั่งของไตรเพื่อให้ปกปิดว่าตัวเองกำลังเป็นสายสืบให้ไป่หลู ชาติตามไปพบยอดอยู่กับรัศมี และเกิดการต่อสู้กัน ยอดเสียท่าให้ชาติ ทั้งๆ ที่สู้ได้เพราะเป็นห่วงรัศมี กับยายว่าจะได้รับอันตราย ยอดเลยตัดสินใจยอมแพ้ขอให้ชาติปล่อยรัศมีกับยายไปแล้วจะยอมกลับไปรับการลงโทษ ชาติเพิ่งจะจะได้มองว่ายอดไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ยอดก็แค่คนที่ต้องการเอาตัวรอดเหมือนกับตนเอง และเวลานี้ยอดก็กำลังจะกลับใจเหมือนกับตน ชาติจึงตัดสินใจปล่อยให้ยอดหนีไปกับรัศมีแล้วกลับไปรายงานไตร ว่าจัดการกับยอดเรียบร้อยแล้ว ส่วนยอดที่พยายามพารัศมีหนีไปหาที่ปลอดภัยและเริ่มชีวิต ใหม่ แต่ถูกฟิเดลโร่ กับเชง ตามล่าจนเจอ เชงได้ตัวรัศมีไปเป็นตัวประกันเพื่อให้บังคับให้ยอดทำตาม คำสัญญาที่ทำไว้ให้สำเร็จ ถ้ายอดไม่ได้จี้เพชรที่มีสูตรลับของโคคิโนมา..รัศมีก็ต้องตาย

ม่านดอกงิ้ว 11

บัวบูชา สาวใช้จอมทรยศในบ้านของมีนรญา ที่ไลลาจ้างเอาไว้เพื่อให้ส่งข่าว พอรู้ว่าภาคินกับมีนรญามีปัญหากันก็ลิงโลด และพอใช้ได้รับแถลงการณ์ว่า ธัญเทพเคยตกหลุมรักมีนรญากำลังมาดูแลมีนรญาอยู่ ไลลาก็คิดเรื่องชั่วได้ว่า การสร้างเรื่อง ให้มีนรญามียก้ก็น่าสนใจดี และภาคินที่ไม่มีที่ไป ก็จะกลับมาหาไลลา ไลลารู้ว่าผู้ชายชอบอยู่กับคนที่ สบายใจ เลยทำตัวอ่อนหวานเป็นที่พึ่งพิงทางใจได้

ภาคินสบายใจเมื่ออยู่กับไลลา เลยไม่ยอมกลับบ้าน มีนรญาโทรตามเท่าไหร่ก็ไม่กลับบ้าน มยุเรศทนพฤติกรรมพี่ชายไม่ได้ เลยโทรให้พี่ชายกลับมากินข้าวที่บ้านพ่อแม่ เพื่อให้คุยเรื่องมีนรญา โดยภาคินไม่รู้เลยว่ามยุเรศนัดมีนรญามาด้วย

แทนที่ทุกอย่างจะดีขึ้น กลับแย่ลงเมื่อภาคินบอกกับพ่อแม่ว่า อยู่กับมีนรญาแล้วไม่สบายใจ ถ้าหย่าได้แล้วไม่กระทบหน้าตาในสังคมอย่างที่มีนรญาวิตกกังวล เขาคงหย่าไปแล้ว มีนรญาได้ยินถึงกับอึ้ง ภาคินเห็นมีนรญาก็พูดอะไรไม่ออก ได้แต่สะบัดหน้าออกจากบ้านไปตรงไปหาไลลา พ่อแม่ ต่างเตือนหวังให้ภาคินได้สติ แต่ภาคินถูกไฟโทสะครอบงำจนไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น

ทางบ้านของลลิตาก็เริ่มป่วนเมื่อรจนาเผ่านาในชีวิตตรีภพ และคราวนี้ตรีภพเหมือนจะจริงจัง แต่ก่อนนั้น ตรีภพมีแต่กิ๊ก และกลับบ้านทุกวัน ต่อให้จับได้ก็ยอมคุณตลอดเพราะเห็นแก่ลูก แต่เมื่อมีผู้หญิงคนใหม่เผ่านา ตรีภพไม่กลับบ้านหลายวันทำให้ลลิตาเป็นห่วงและขอให้อารียา สืบเรื่องผู้หญิงคนใหม่ของตรีภพ

มีนรญาตรอมใจไม่ยอมไปทำงานเพราะไม่ต้องการจะเจอภาคิน ทั้งยังตอนนี้ข่าวเตียงหักของภาคินกับคุณก็เป็นที่สนใจในสังคมไฮโซ คุณไม่อยากตอบคำถามอะไร ธัญเทพเป็นห่วงเลยมาเยี่ยม มีนรญาไม่มีที่พึ่ง ธัญเทพจึงปลอบใจ และวันนี้เขาพาวาสิตามาหาคุณ
วาสิตาเห็นสภาพบุตรสาวก็สงสาร พยายามพูดเตือนสติ ว่าให้มีนรญามีสติ และอย่าทำตัวไม่น่าอยู่ใกล้อย่างนี้ เพราะวาสิตาเคยผ่านช่วงนั้นมาแล้ว ตอนนี้พอคุณวางเฉยได้ ชลเทพกลับเป็นข้างเผ่านาหาเอง

ตราบาปสีชมพู

พรรษกร ผู้ชายที่ขาดความรัก เขาเติบโตมาท่ามกลาง ครอบครัวที่มีพ่อแม่พร้อมหน้า แต่ไม่มี ความรักให้แก่กัน เพราะ ศักดินัย พ่อของพรรษกร ถูกบังคับให้แต่งงานกับ พรรณี แม่ของพรรษกร ทั้งที่มี คนรักอยู่แล้วคือ บุญณิสา การแต่งงานโดยไม่มีความรักทำให้ศักดินัยเฉยชากับพรรณี เมื่อมีพรรษกร ศักดินัยก็สนใจแต่งานไม่มีเวลาให้ บวกกับความประพฤติปฏิบัติของศักดินัยที่ไม่สนใจแม้กระทั่งตอนพรรณีเสียชีวิต เพราะตรอมใจ ทำให้พรรษกรเกลียดพ่อของตน แปลงเป็นผู้ชายแข็งกระด้าง เย็นชา แต่ลึก ๆ ในใจต้องการ ความรัก….วันหนึ่ง พรรษกรได้พบกับ กังสดาล หญิงสาวที่เติบโตมากับแม่สองคน แต่หัวใจเต็มเปี่ยมไป ด้วยรัก จนเผื่อแผ่ให้กับคนอื่น ๆ ความสดใสของกังสดาล ทำให้หัวใจของพรรษกรอบอุ่น โลกของเขา สว่างไสว อย่างไม่เคยเป็น

พรรษกร โกรธและน้อยใจ ศักดินัย ผู้เป็นพ่อมาก ตั้งแต่ที่พรรณีผู้เป็นแม่ได้ตรอมใจตายจากไป เพราะความเศร้าใจที่ศักดินัยไม่เคยรักและใส่ใจคุณเลย จากความโกรธก็เปลี่ยนเป็นความเกลียด เขาพยายาม ต่อต้านและแสดงออกตรงผ่านกับใจ จนวันหนึ่ง ศักดินัย ก็พา บุญณิสา เผ่านาอยู่ในบ้านพรมพิทักษ์ พร้อมประกาศว่าบุญณิสา คือเมียคนใหม่ ที่มาพร้อมกับบุตรสาวซึ่งก็คือ กังสดาล หากเป็นผู้หญิงคนอื่น เขาคงไม่รู้สึกอะไร แต่ไม่ใช่สำหรับ กังสดาล เพราะคุณคือผู้หญิงที่เขาหลงรักตั้งแต่เจอะกันนัดแรก พรรษกรไม่สามารถรับความจริงได้ว่าผู้หญิงที่เขารัก เปลี่ยนเป็นบุตรสาวของผู้หญิงหิวเงิน พรรษกรผิดหวัง และเสียใจมาก จนแสดงท่าทางร้าย ๆ ใส่กังสดาลและบุญณิสาประจำ

พรรษกรเจ็บแค้น ศักดินัย บุญณิสา และลามมาถึงกังสดาล ความแค้นที่เกิดจากความรัก ทำให้ พรรษกรหาทางทำให้กังสดาลอยู่อย่างไม่แฮปปี้ แต่ทุกครั้งที่พรรษกรหาเรื่องมากลั่นแกล้งกังสดาล และ บุญณิสา ก็ยิ่งทำให้มีปัญหากับศักดินัยมากขึ้น จนวันหนึ่งพรรษกรกลั่นแกล้งกังสดาลหนักมาก จนทำให้บุญณิสาช็อกและเข้าโรงพยาบาล หลังจากนั้นไม่นาน บุญณิสาก็เสียชีวิต กังสดาลเสียใจมาก โทษว่าพรรษกรเป็นต้นเหตุ ศักดินัยเสียใจ จนมีปากเสียงกับพรรษกร และเผลอไล่พรรษกรออกจากบ้าน

พรรษกรรู้สึกผิดที่ตัวเองเป็นต้นเหตุทำให้บุญณิสาจากไป แต่ทิฐิในใจจากการที่เห็นศักดินัยเสียใจ จะเป็นจะตายเมื่อบุญณิสาจากไป ผิดกับตอนพรรณีจากไป ศักดินัยไม่แม้แต่จะมาดูใจ ทำให้เขาเกลียดการ ปฏิบัติของศักดินัยมาก แต่สิ่งที่ทำให้พรรษกรเสียใจมากที่สุด ก็คือศักดินัยรับกังสดาลเป็นลูกบุญธรรม!

จากความรัก เปลี่ยนเป็นความเกลียด!

พรรษกรคิดว่ากังสดาลกำลังจะแย่งทุกอย่างไปจากเขา โดยเฉพาะความรักจากพ่อ และที่พ่อไล่เขา ออกจากบ้านก็เพราะกังสดาล ผู้หญิงหิวเงินอย่างนั้น ไม่คู่ควรกับความรักของเขา

พรรษกรเสียศูนย์กับความประพฤติปฏิบัติของศักดินัย ไม่สามารถอยู่ที่เมืองไทยได้ เมื่อพ่อไล่เขาก็จะหนี พรรษกรลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อให้เดินทางไปต่างประเทศ โดยการช่วยเหลือของ ปวีชญา เพื่อให้นในกลุ่ม ที่แอบรักพรรษกรข้างเดียว ปวีชญาทำทุกอย่างเพื่อให้ให้พรรษกรเป็นสุข โดยไม่ใส่ใจ คริส ที่แอบรัก ปวีชญาอยู่แม้แต่น้อย คริสเห็นปวีชญาสนใจแต่พรรษกร ทำให้เขาอิจฉาพรรษกรอยู่ลึก ๆ แต่ไม่แสดงออกมา คฑา รับรู้ความรู้สึกของเพื่อให้นทุกคน ว่าใครรู้สึกยังไง แต่ไม่พูดออกไป คฑาคอยไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง ระหว่างคริสกับพรรษกรอยู่เสมอ คริสคิดว่าสิ่งที่พรรษกรทำกับกังสดาลเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง แต่พรรษกร คิดว่าคริสสนใจแต่ความถูกต้อง ไม่สนใจความรู้สึกของเขา ต่างคนต่างมองคนละมุมเท่านั้นแต่ความเป็น เพื่อให้นก็ยังอยู่

ศักดินัยเสียใจที่ไล่ลูกชายออกจากบ้าน พยายามตามหาแต่ก็ไม่พบ กังสดาลรู้สึกผิดเพราะการที่ พรรษกรหายตัวไปคุณเองก็มีส่วนเหมือนกัน แล้ววันหนึ่งกังสดาลมีโอกาสไปเกาหลีในฐานะตัวแทนของ คณะไปทำการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมทางอาหาร ตรงนั้นกังสดาลได้พบกับพรรษกรกับปวีชญา กังสดาล พยายามปรับวามรู้ความเข้าใจและให้สัญญาว่า ที่คุณยอมเป็นลูกบุญธรรมของศักดินัย เพราะศักดินัยขอร้อง ไม่ได้คิดจะแย่งทุกอย่างไปจากเขา พรรษกรให้โอกาสกังสดาล ทั้งสองมีช่วงเวลาดี ๆ ต่อกัน ความรู้สึก รักของทั้งสองมีมากขึ้น แต่ในทางตรงผ่าน ปวีชญากลับเกลียดกังสดาลมากขึ้น…ก่อนจากกัน พรรษกร ฝากบอกศักดินัยว่าไม่ต้องตามหาเขา เมื่อถึงเวลาเขาจะกลับไปเองเมื่อพร้อม ซึ่งศักดินัยก็ทำตามที่พรรษกร บอก คือหยุดตามหาแต่ก็จมอยู่กับความเศร้าใจ

ผ่านไปสี่ปี พรรษกรก็ต้องผิดหวัง เมื่อจู่ ๆ มีข่าวเปิดตัวผู้สืบสกุลพรมพิทักษ์ออกมา ศักดินัยจะ ประกาศให้กังสดาลได้รับตำแหน่งนี้ พรรษกรคิดว่ากังสดาลโกหก!ความไว้ใจที่มีต่อกังสดาลถูกรังแก จนหมดสิ้น

ถึงเวลาที่เขาต้องกลับไปทวงทุกอย่างคืน!

สิ่งที่พรรษกรไม่รู้คือ กังสดาลไม่สบายใจที่ต้องเปิดตัวในฐานะผู้สืบสกุล แต่ที่ทำไปเพราะอยาก ชดเชยบุญคุณที่ศักดินัยดูแลคุณแทนบุญณิสา ธีธัช คนสนิทของศักดินัยเองก็ให้เหตุผลว่างานของ ศักดินัยล้นมือ ยิ่งกังสดาลเข้าไปเรียนรู้งานเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งช่วยศักดินัยได้เร็วขึ้น คุณจึงตอบตกลง

พรรษกรกลับมาทวงทุกอย่างที่ควรเป็นของตนเอง ในฐานะพรมพิทักษ์คนหนึ่ง โดยมีปวีชญาอยู่ ข้างเคียงเขาเสมอ พรรษกรประกาศศึกกับกังสดาลว่าให้แข่งขันในเรื่องการทำงาน ว่าใครเหมาะสมกับ ตำแหน่งผู้สืบสกุลมากกว่า ศักดินัยไม่พอใจกับความประพฤติของพรรษกรที่คอย แต่จะรังแกจิตใจกังสดาล

แต่กังสดาลทนไหว และต้องการจะพิสูจน์ให้พรรษกรมองว่าคุณต้องการทำเพื่อให้ศักดินัย ไม่ใช่เพื่อให้ตัวเอง

การได้พบกันอีกทีระหว่างพรรษกรและกังสดาล แปลงเป็นการประกาศสงคราม ที่พรรษกรต้อง เก็บความรู้สึกรักเอาไว้ในใจ ถึงแม้จะพยายามเก็บความรู้สึกเอาไว้อย่างมิดชิด แต่ ปวีชญา และ คริส ต่างรู้ว่า พรรษกรรู้สึกอย่างไรกับกังสดาล นั่นยิ่งทำให้ปวีชญาเกลียดกังสดาลมากขึ้น ส่วนคริสกลับคิดว่ากังสดาล เป็นจุดอ่อนของพรรษกร!

ชวัลภา เพื่อให้นสนิทของกังสดาล เป็นห่วงกังสดาลมากที่จำเป็นที่จะต้องรบกับพรรษกรผ่านการทำงาน เพราะกังสดาลเรียนจบด้านคหกรรมมา แต่พรรษกรเรียนจบบริหารโดยตรง แต่กังสดาลบอกว่าไม่ต้องห่วง คุณไม่ยอมแพ้พรรษกรเป็นอันขาด พรรษกรและกังสดาลต่างแข่งขันการทำงาน ต่างคนผลัดกันแพ้ผลัดกัน ชนะ ธีธัชคอยให้คำแนะนำกังสดาลเงียบ ๆ และอีกคนที่คอยช่วยคุณก็คือ คริส!

คริสที่อิจฉาพรรษกรมาก โดยเฉพาะเรื่องปวีชญา คนที่เขาแอบรัก แต่ปวีชญาไม่เคยเห็นเขาในสายตา เพราะรักแต่พรรษกร ปวีชญาสมุทราะกับคริสเพราะพรรษกร จนเกิดการสมุทราะครั้งใหญ่ แทบแตกหักกัน คริสโยนความผิดให้พรรษกร และเขาคิดแผนเอาไว้ว่ากังสดาลนี่แหละ คือเครื่องมือที่จะรังควานพรรษกร ได้มากที่สุด รอแค่วันแตกหักเท่านั้น

ทางด้านพรรษกรก็มีปวีชญาคอยช่วยอยู่เสมอ ปวีชญาคิดว่าตัวเองมีหวังกับพรรษกร ก็หลอกตัวเอง ไปวัน ๆ ว่าพรรษกรรัก จนยอมทุ่มเททุกอย่างให้ ผิดกับพรรษกรที่มองปวีชญาเป็นเพียงเพื่อให้นที่แสนดี ที่พร้อมช่วยเขาเสมอก็แค่นั้น เพราะลึก ๆ แล้ว พรรษกรก็ไม่เคยตัดใจจากกังสดาลได้เลย

ความรู้สึกรักที่ล้นอก กับความเกลียดที่ครอบคลุมจิตใจพรรษกร ทำให้เขาสับสน ความประพฤติปฏิบัติของ พรรษกรบางครั้งก็เต็มไปด้วยความแค้น แต่สุดท้ายก็ห่วงใยกังสดาลเพราะความรัก เมื่อครั้งทั้งสองสมุทราะ กันอย่างร้ายแรง ความรักที่ตีกับความเกลียด ทำให้เขาเผลอจูบกังสดาล และคนที่เผ่านาเห็นคือศักดินัย

ศักดินัยแทบช็อก เมื่อเห็นความประพฤติของพรรษกร!

เพราะเขามีความลับอีกข้อที่ไม่เคยบอกใคร นั่นก็คือกังสดาลเป็นบุตรสาวที่แท้จริงของเขาที่เกิดจาก บุญณิสา!

ในอดีต เมื่อวันแต่งงานของเขากับพรรณี ศักดินัยหนีออกจากห้องหอไปมีความเชื่อมโยงกับบุญณิสา ตราบาปที่เกิดจากความรักที่ผิด ทำให้บุญณิสาทนไม่ได้ หนีศักดินัยไปพร้อมกับลูกในท้อง ศักดินัยให้ ธีธัชตามสืบเงียบ ๆ เพราะกลัวว่าถ้าบุญณิสาเจอเขาจะหนีไปอีก จนพรรณีเสียชีวิต เขาถึงปรากฏตัวต่อ หน้าบุญณิสาอีกรอบ แต่บุญณิสาขอร้องไม่อยากให้กังสดาลรู้ว่าศักดินัยเป็นพ่อ ทำให้เขาเก็บความลับนี้เอาไว้

แต่ศักดินัยไม่ยอมให้พี่น้องรักกัน!กังสดาลกับพรรษกรรักกันไม่ได้
ศักดินัยห้ามไม่ให้พรรษกรอยู่ใกล้กังสดาล ทำให้พรรษกรยิ่งแกล้ง พยายามหาทางใกล้กังสดาล จนศักดินัยทนไม่ได้ ต้องบอกความจริงว่า กังสดาลกับพรรษกรเป็นพี่น้องกัน

พรรษกรและกังสดาลแทบรับความจริงข้อนี้ไม่ได้ พรรษกรเสียใจมาก เมื่อคนที่เขารักแปลงเป็นผู้หญิงต้องห้าม เขาจะแตะต้องไม่ได้ ปวีชญาปลอบใจ พรรษกร และแน่ใจว่าพรรษกรรักกังสดาล กังสดาลเองก็ช็อกกับความจริงที่ว่าศักดินัยเป็นพ่อที่แท้จริง คุณต้องการจะโกรธพ่อ แต่พอเห็นศักดินัยจมอยู่กับความเศร้าใจนานหลายปีเหมือนกัน จึงพยายามยอมรับความ จริงให้ได้

พรรษกรแทบจะเสียคน แต่คฑา ปวีชญา คริสก็พยายามหาทางทำให้พรรษกรกลับมาเป็นคนเดิม กังสดาลเองก็พยายามที่จะคืนดีกับพี่ชายคนเดียว ทว่าพรรษกรทนไม่ได้ที่จะเห็นหน้ากังสดาล อาละวาดใส่ กังสดาลแทบบ้า ความเศร้าใจทำให้พรรษกรไม่มีสติในการใช้ชีวิต จนทำให้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์!

เจจุงวอน ตำนานแพทย์แห่งโชซอน ตอนที่ 5

เมื่อพ่อของโดยังตาย เขาจึงกล่าวหาฮวางจองว่าเป็นคนทำให้พ่อตนตาย แต่หมออัลเลนช่วยพูดว่าไม่ใช่ความผิดของบัณฑิตฮวาง เพราะเมื่อตรวจดูอาการแล้วพ่อของโดยังไม่ได้ตายเพราะการรักษา ส่วนการเย็บแผลฮวางจองก็ทำได้ดี ส่วนสาเหตุการตายคิดว่าเพราะทำการรักษาช้าไป และก็อายุมากแล้ว รวมทั้งเสียเลือดมากเกินไป

“ตอนนี้ ข้าจะไม่ฆ่าเจ้าด้วยมือของข้าเอง แต่ข้าจะเอาเรื่องเจ้าให้ถึงที่สุด เจ้าต้องได้รับค่าทดแทนอย่างสาสม มัวทำอะไรอยู่ รีบจับมันไปมัดแล้วขังไว้” โดยัง สั่ง

“ครับ”

ฮวางจอง กับ ชักแท ถูกจับใส่กุญแจมือแล้วขังโดยมีคนเฝ้าอยู่ ด้านซ็อกรันไม่พอใจที่ บัณฑิตฮวาง บอกว่าไม่ได้ทำ แต่ถูกอาเซ้าซี้ให้ทำให้ได้ จึงคิดจะหาทางช่วย โดยไปขอพบคุณชายเบ๊ก แต่ก็ถูกชิลบกปฏิเสธว่าคุณชายไม่อยากพบใคร

“ถ้าคนของทางการมาถึง คงจะแก้ไขอะไรไม่ทัน บัณฑิตฮวางคงถูกข้อหาฆ่าคนตาย พอถึงตอนนั้น..”

“เค้าช่างโชคร้ายจริง ๆ เลย โชคร้ายกว่าคนที่ผัวตายแล้วลูกสองคนตายอย่างข้าซะอีกนะเนี่ย คุณหนูอย่าเป็นห่วงไปเลย คุณหนูเคยช่วยชีวิตบัณฑิตฮวางไว้ เค้าไม่มีทางดึงคุณหนูไปติดร่างแหด้วยหรอก คุณหนู  นั่นจะไปที่ไหนคะ” มักเซง กล่าว

ซ๊อกรันผ่าด่านของชิลบก เผ่านาที่คุมขัง เพื่อให้ช่วยปล่อยฮวางจองและชักแทให้หนีไป

“รีบหนีไปให้เร็วที่สุด เร็วเข้าเถอะ  พวกมือปราบกำลังจะมาแล้ว”

“ข้าไม่ยอมไปไหนทั้งนั้น”

“นายท่าน พูดอะไรอย่างนั้น คุณหนูบอกแล้วไงว่าจะปล่อยท่านไป” ชักแท กล่าว

“ข้าไม่อยากสร้างความเดือดร้อนให้คุณหนู”

“หมออัลเลนก็การันตีแล้วไงว่า  การรักษาทำได้ดีมาก เค้าบอกว่าใต้เท้าเบ๊กเสียเลือดมากเกินไปต่างหากล่ะ”

“ข้าก็ว่าอย่างนั้นแหละ แพทย์พูดถูกที่สุดเลย  ทุกคนเค้าร้อนใจแย่แล้ว รีบไปเถอะ”

“ข้าอาจจะทำอะไรผิดพลาดโดยที่ตัวเองไม่รู้ก็เป็นได้” ฮวางจอง กล่าว

“นายท่าน”

“งั้นยิ่งต้องเอาชีวิตรอดก่อน ต้องมีชีวิตอยู่เพื่อให้รู้ให้ได้ว่ามันพลาดตรงไหน ต่อไปถ้าต้องเจอกับเหตุการณ์อย่างนี้อีก ท่านจะได้ช่วยคนให้รอดได้ไงล่ะ ถ้าท่านยังไม่ยอมหนี  ข้าจะพูดความจริงทุกอย่าง และรับโทษด้วย” ซ๊อกรัน กล่าว

“ทำแบบนั้นไม่ได้  ข้าต้องรับผิดชอบเรื่องทั้งหมดคนเดียว”

“ข้าก็ผิดที่เป็นผู้ช่วยท่านไง” ซ๊อกรัน กล่าว

“ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งเถียงกันนะนายท่าน”  ชักแท กล่าว

ฮวางจอง และชักแท ยอมหนีตามที่ซ๊อกรัน บอก แต่ก่อนออกไปนางได้มอบของมีค่าให้กับฮวางจองชิ้นหนึ่ง ด้านโดยังเมื่อเผ่านาที่คุมขังไม่เห็นทั้งสองกับพบแต่ซ๊อกรัน

“ข้าเป็นคนปล่อยพวกเค้าไปเอง”

“ทำไมล่ะซ๊อกรัน ทำไมเจ้าถึงทำแบบงี้?”

“ข้ายอมให้บัณฑิตฮวางเปลี่ยนเป็นฆาตกรไม่ได้หรอก เค้าทำเพื่อให้ช่วยพ่อท่าน  เค้าไม่ควรถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม”

“มันก็แค่เคยเห็น อัลเลนรักษาคนป่วยมาบ้างเท่านั้นเอง  คนอย่างนั้นกลับกล้ามารักษาพ่อข้าได้ไง” โดยังกล่าว

“ถ้าท่านจะพูดอย่างนั้น ข้าก็มีความผิดเหมือนกัน เพราะข้าก็ช่วยอยู่ข้าง ๆ อีกอย่างนึง อาของท่านเป็นคนบอกให้เค้าทำ”

“อะไรนะ ท่านอาข้าน่ะเหรอ?”

“ใช่” ซ๊อกรัน กล่าว

“เจ้าบอกว่า คนอื่นบีบให้จำเป็นต้องทำ  อย่างนั้นเหรอ ใช่มั้ย?” โดยัง กล่าว

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะ บัณฑิตฮวางไม่ได้ตัดสินใจเอง..”

“เจ้าตอบข้าหน่อยสิ ถ้าคน ๆ นึงที่เพิ่งจะเคยเห็นคนเล่นกายกรรมเดินบนเชือก แล้วคนนี้กลับบอกว่าอยากขึ้นไปเดินบ้าง  เจ้าคิดว่าเค้าอยากทำอย่างนั้น ก็จะทำได้งั้นรึ?”

“คือว่า..” ซ๊อกรัน พูดไม่ออก

“เจ้าตอบคำถามของข้าสิ  คนที่ดูการเดินเชือกนัดแรก  ก็สามารถทำตามได้เลยงั้นรึ?”

“ที่จริง..ก็ไม่น่าจะได้ เพราะมันอันตรายมาก”

“ไม่จริงหรอก เค้าขึ้นไปเดินได้ แต่ถ้าตกก็แค่ตัวเองตาย แต่การแพทย์ มันไม่ใช่อย่างนั้นเลย เพราะมันอาจแปลงเป็นการฆ่าคนให้ตายได้”

“คิดแบบนั้นมันไม่เกินไปหน่อยเหรอ?”

“เกินไปเหรอ เจ้าห่วงเค้ามากกว่าข้าที่รู้จักเจ้ามาสิบปีรึ กลัวข้าทำอะไรเค้าจนห่วงขนาดนี้เชียวเหรอ?  ตอนนี้ข้า..เป็นคนที่ต้องสูญเสียพ่อไปนะ”

คิมอ๊กกุน และพวกกลุ่มปฏิรูป  ได้ก่อการปฏิวัติขึ้นเพื่อให้เอกราชและต้องการพัฒนาประเทศให้ทันสมัย เมื่อพระมเหสีเมียงซองเสด็จกลับมาตำหนักชังต๊อก จึงวิงวอนไปยังต้าชิง  ทหารต้าชิง โดยการนำของแม่ทัพต้าชิง ที่ชื่อหยวนซื่อไข่ จึงเข้าปราบกลุ่มปฏิรูปและทัพญี่ปุ่นได้สำเร็จภายในเวลาเพียงแค่สามวัน

ยูเรียกซ๊อกรัน เข้าพบ สอบถามว่าใครใช้ให้ปล่อยตัวฮวางจองและชักแทไป

“ข้าขอโทษค่ะ แต่นอกจากวิธีนั้นก็ไม่มีทางอื่นแล้ว”

“ใครว่าไม่มีทางอื่น  บัณฑิตฮวางช่วยชีวิตใต้เท้ามินไว้ แถมยังช่วยชีวิตของพ่อเอาไว้ด้วย เจ้าคิดว่าพ่อจะนิ่งดูดายปล่อยให้เค้าต้องไปตายงั้นรึ คงคิดไม่ถึงสิว่า เจ้าทำอย่างนี้ยิ่งทำให้บัณฑิตฮวางตกอยู่ในอันตรายมากขึ้น จะทำอะไรต้องค่อยเป็นค่อยไป ตอนนี้ดันไปทำให้คุณชายเบ๊กโกรธซะแล้ว”

“ลูกคนนี้ทำไมถึงทำกับคนที่จะเป็นสามีในอนาคตแบบงี้นะ” แม่ซ๊อกรัน กล่าว

“เจ้าก็ไม่ได้เรื่องเหมือนกัน  แค่บุตรสาวยังดูแลไม่ได้ แล้วจะไปทำอะไรได้”

“ลูกก็ตัวโตขนาดนี้แล้ว ข้าจะทำอะไรได้ล่ะ”

“ที่พ่อไม่เลี้ยงเจ้าให้เป็นกุลสตรีคอยเฝ้าเรือนก็เพราะต้องการจะให้เจ้ามีอิสระทางความคิด แต่ไม่ใช่ให้เจ้ามาทำอะไรที่วู่วาม สำนึกผิดทบทวนตัวเอง  และตั้งอกตั้งใจคิดให้ดีว่าเจ้าทำผิดตรงไหน”

หมออัลเลนมาหายู ได้พบกับซ๊อกรัน และมักเซง ก็ได้รู้ว่าซ๊อกรันปล่อยตัวบัณฑิตฮวางไปแล้ว

“อ้อ งั้นก็ดี ถ้าหากผมมาเร็วกว่านี้อีกหน่อย คุณฮวางก็คงไม่ต้องเจอเรื่องร้ายแบบงี้”  หมออัลเลน กล่าว

“ไหนบอกว่า สายจนเกินการณ์ไง ถ้าเป็นท่านก็อาจถูกหาว่าฆ่าคนตายเหมือนกัน” มักเซง ถาม

“มักเซง”  ซ๊อกรัน  กล่าวเตือน

“ถ้าข้ารักษาคนแล้ว สุดท้ายเค้าก็ยังตาย  ข้าก็ไม่ถูกจับโดยชอบด้วยกฎหมายโชซอน” หมออัลเลน กล่าว

“คะ?”

“ทำไมคะ ท่านเป็นคนสำคัญมากเหรอ  ถึงทำผิดแล้วไม่ต้องถูกลงโทษ” มักเซง กล่าว

“เอ่อ นี่เรียกว่าเขตอำนาจของกงสุล”

“เขตอำนาจของกงสุลหรือคะ?” ซ๊อกรัน ถาม

“ผมและลูกจ้าง  ไม่ต้องถูกดำเนินคดีโดยชอบด้วยกฎหมายโชซอน ถูกคุ้มครองด้วยกฎหมายอเมริกา นี่เป็นสนธิสัญญา ที่ตกลงระหว่างราชสำนักโชซอนและอเมริกา” หมออัลเลน กล่าว

ที่ท่าเรือ เมื่อฮวางจอง และชักแท มาถึง ก็เป็นเรือเที่ยวสุดท้าย ฮวางจองนึกถึงคำพูดของ
ซ๊อกรัน อยู่ ๆ ก็ตัดสินใจไม่ขึ้นเรือไปกับชักแท แต่กลับไปที่ร้านหนังสือที่ตนเองเคยขายไปสอบถามหาตำราแพทย์ตะวันตก

ฮวางจองได้หนังสือมาก็รีบเปิดอ่านจนรู้ว่าในตัวคน มีเลือดอยู่ประมาณสามลิตร หากเสียเลือดไปหนึ่งในสามก็จะเสียชีวิต และหากได้รับยาสลบมากไป อาจจะตายได้ จากนั้นก็แอบมาหาซ๊อกรันระหว่างที่มักเซงกำลังเข้าส้วมพอดี

“ทำไมถึงได้มาอยู่นี่  รีบตามผ่านาเร็ว” ซ๊อกรัน กล่าว

“เพราะว่าข้าเป็นห่วงท่าน”

“ข้าไม่เป็นไรหรอกน่า  เพราะเป็นห่วงข้าจึงมาดูเหรอ”

“ใช่  อีกอย่างนึง หมออัลเลนอาจจะพูดผิดไปก็ได้” ฮวางจอง กล่าว

“หะ ท่านหมายความว่ายังไง?” ซ๊อกรัน กล่าว

“ข้าไปอ่านตำราแพทย์ตะวันตกที่ร้านหนังสือ ในหนังสือได้บอกว่า ถ้าเสียเลือดไปหนึ่งในสามก็จะตาย แม้กระนั้น”

“แต่อะไร” ซ๊อกรัน ถาม

“ในหนังสือบอกไว้ว่า หลังจากวางยาสลบ ความดันเลือดก็จะลดต่ำลง”

“งั้นเหรอ?”

“ถ้าเป็นอย่างนั้น ตอนนั้นใต้เท้าเบ๊ก..อาจจะมีความดันเลือดที่ต่ำมากอยู่รวมทั้งได้ เพราะตอนนั้นเค้าเสียเลือดไปมาก ทั้งที่เค้ามีความดันเลือดต่ำอยู่แล้ว แต่ข้าก็ยังวางยาสลบอีก ทำให้ความดันเลือด..ของใต้เท้ายิ่งลดต่ำลงไปอีก ดังนั้นความจริง ข้าอาจเป็นคนฆ่าใต้เท้าเบ๊กก็ได้ ข้าอาจจะฆ่าคนไปจริง ๆ ก็ได้”

“แม้กระนั้น นี่เป็นแค่ความคิดของท่านคนเดียวนะ อย่าเพิ่งจะด่วนตัดสินสิ ลองวิเคราะห์ดูอีกที”

“ข้าจะทำอย่างนั้น แต่..”

“แต่อะไร?”

“ถ้านี่เป็น ความผิดของข้าจริง ๆ ละก็ ข้าก็คงจะไปมอบตัว”

“แล้วถ้ามันไม่ใช่ความผิดของท่านล่ะ?” ซ๊อกรัน กล่าว

“ถ้าหากนี่ ไม่ใช่ความผิดข้า ข้าอยากทำเหมือนที่ท่านบอก ข้าต้องการจะไปช่วยเหลือคน แต่มันเป็นแค่ความคิดแค่นั้นเพราะข้ายังถูกตามล่าอยู่”

“ถ้าต้องการจะรู้จริง ท่านก็ไปหาแพทย์อัลเลนสิ ไปถามให้แน่ใจอีกที ว่ามันผิดพลาดตรงไหน ถ้าพิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่ความผิดของท่านจริง ๆ ก็ขอให้เค้ารับท่านไว้เป็นผู้ช่วย เป็นผู้ช่วยแพทย์”

“ไปเป็นผู้ช่วยแพทย์เหรอ?” ฮวางจอง ถาม

“เป็นผู้ช่วยเค้าจะถูกคุ้มครองโดยกงสุล กฎหมายโชซอนจะไม่สามารถลงโทษท่านได้ เมื่อถึงตอนนั้น ท่านก็ไม่ต้องหนีอีกต่อไปแล้ว” ซ๊อกรัน กล่าว

โดยังเรียกโพโกมาพบ สั่งให้ช่วยตามหาคนที่ชื่อฮวางจองให้ โพโกบอกว่าตนรู้สึกคุ้นชื่อเท่านั้นแต่ไม่เคยรู้จัก โดยังจึงบอกว่าฮวางจอง เป็นคนที่ทำตัวเป็นหมอ มารักษาพ่อของตนจนเสียชีวิต เมื่อโพโกรู้เช่นนั้นจึงขออนุญาตให้ฆ่าด้วยมือของตนเอง แต่โดยังไม่อนุญาตสั่งให้นำตัวมาเท่านั้น

ฮวางจองแอบมาพบหมออัลเลน เล่าถึงสาเหตุที่ตนต้องรักษา เพราะใต้เท้าเบ๊กหมดสติไม่รู้สึกตัวไปเลย

“หลังจากเลือดไหลออกไปมาก ก็ทำให้ความดันต่ำมากอยู่แล้ว ถ้าให้ยาสลบเข้าไป ยิ่งทำให้ความดันเลือดลดลง เพราะฉะนั้นข้า ไม่รู้..ว่าข้าวางยาสลบ จนทำให้เค้าตายรึเปล่า?”

“โน ภายหลังที่เย็บเส้นเลือดจนหยุดไหลแล้ว ความดันจะไม่ลดต่ำลงไปอีก เค้าไม่ได้ตายเพราะสาเหตุนั้น คุณฮวาง คุณยังคิดว่าคุณฆ่าใต้เท้าเบ๊ก
อยู่อีกเหรอ? ไม่ใช่ว่าคนไข้ทุกคนที่ได้รับการผ่าตัดแล้ว จะรอดชีวิตได้ทุกคนหรอกนะ”

“ไม่ได้รอดชีวิตทุกคน ไม่มีการผ่าตัดที่ปลอดภัยเหรอ”

“เยส ถ้าผมเป็นคุณในตอนนั้น ผมก็คงจะรักษา แต่ความจริง ผมก็คงจะ…ช่วยชีวิตไม่ได้เหมือนกัน นั่นไม่ใช่ความผิดคุณฮวาง เข้าใจรึยัง”

“คุณพูดจริงเหรอครับ”

“ไม่ต้องไม่ค่อยสบายใจหรอก กลับไปเถอะ”

“จริงเหรอท่านหมอ ข้าไม่ได้ฆ่าเค้าเหรอ?”

“ใช่ คุณไม่ได้เป็นคนฆ่า”

“พูดจริงเหรอครับ ข้าไม่ได้เป็นคนฆ่า ข้าไม่ได้ฆ่าใต้เท้าเบ๊ก ข้าไม่ได้ฆ่าคนใช่มั้ยครับ ข้าอยากเป็นแพทย์ ข้าอยากเป็นแพทย์ เพื่อให้ช่วยชีวิตคน”

“อะไรนะ?”

“ข้าอยากเป็นผู้ช่วยของท่าน โปรดรับข้าไว้ด้วยเถอะ ได้โปรดเถอะครับ”

“ผมทำไม่ได้ ผมคงรับคุณไว้ไม่ได้หรอก คุณฮวาง คุณมีความถนัดเป็นหมอได้ ผมยังตกอกตกใจเลย แต่ถ้าให้คุณติดตามผมจริง ผมคงลำบากใจ เราไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ตลอด เวลาที่ผมไม่อยู่ คุณฮวาง คุณจะทำอะไร ผมไม่มีทางรู้เลย ถ้าเกิดเหตุแบบงี้อีก เวลาที่ผมไม่อยู่ ผมคง..จำเป็นที่จะต้องรับผิดชอบด้วย” หมออัลเลน กล่าว

“ข้าจะยอมเชื่อฟังแพทย์ทุกอย่างเลย”

“แต่ผมเป็นคนต่างชาติ ถ้าหากผมจึงควรเดือดร้อนเพราะคุณ ผมอาจจำเป็นจะต้องออกไปจากประเทศนี้ ผมขอโทษด้วยนะ คุณอาจจะยังมีโอกาสอื่น”

“แพทย์ ใต้เท้ามีอาการแปลก ๆ” ลูกน้องเผ่านาบอก

“เกิดอะไรขึ้น?”

หมออัลเลน มาดูอาการของใต้เท้ายองอิก สั่งให้ฮวางจองช่วยป้อนเหล้าเพื่อให้สร้างความอบอุ่นให้ตามเวลาที่นาฬิกาปลุกดัง หลังจากได้ดื่มเหล้า ยองอิกเริ่มรู้สึกดีขึ้นจึงขอเหล้าอีก แต่ฮวางจองไม่ยอมการันตีจะป้อนให้ตามเวลาที่หมออัลเลนบอก เมื่อดื่มเหล้าจนครบ ยองอิกอาการดีขึ้นมาก อุณหภูมิร่างกายกลับมาเป็นปกติแล้ว หมออัลเลนจึงถามฮวางจอง ว่ายังต้องการจะเป็นผู้ช่วยอยู่หรือเปล่า

“ครับ ผมอยากเป็นมาก”

“ถ้าหาก คนไข้ที่อยู่ตรงหน้า เป็นขุนนางใหญ่…กับสามัญชนล่ะ คุณจะเลือกรักษาใครก่อน”

“เลือกรักษาคนที่มีอาการหนักก่อน”

“แล้วถ้าหากเป็นคนดีกับคนเลวล่ะ?”

“ก็ต้องช่วยคนที่มีอาการหนักก่อนเหมือนกัน”

“ดีมาก สิ่งที่ผมต้องการ..มีเพียงอย่างเดียว คือเป็นหมอจึงควรไม่ปฏิเสธคนไข้ นี่เป็นจรรยาบรรณของคนที่เป็นแพทย์…ต้องจำไว้”

“ข้าจะจำเอาไว้”

“นับจากนี้ไป คุณฮวาง คุณเป็นผู้ช่วยของผม คุณฮวาง คุณจะแปลงเป็นหมอที่ดีได้แน่ๆ”

“ขอบคุณท่านมาก ขอบคุณท่านมาก ฮือ ๆ จะให้ข้าทำสเต๊กให้คุณกินมั้ย ทำสเต๊ก”  ฮวางจอง ร้อง ปลื้มใจ

ฮวางจอง มาหาซ๊อกรัน นางแปลกใจที่เขาไปไหนมาไหนอย่างเปิดเผยจึงถาม ฮวางจองบอกว่าตอนนี้ตนได้เป็นผู้ช่วยของหมออัลเลนแล้ว และบอกว่าตนไม่ใช่ต้นเหตุที่ทำให้ใต้เท้าเบ๊กตาย และรู้สึกไม่สบายใจว่าตนจะทำหน้าที่ได้ไม่ดี ซ๊อกรันจึงพูดให้กำลังใจว่าจำเป็นที่จะต้องทำได้ดีแน่ๆ

พระเจ้าโกจง ตรัสถามพระมเหสี เรื่องหลานที่ไม่สบาย เมื่อรู้ว่าอาการดีขึ้นเพราะหมอฝรั่ง จึงต้องการจะพบซักหน่อย ด้านยองอิกมีอาการปากผิดปกติ หมออัลเลนเผ่านาดู ก็ตระหนกตกใจเมื่อฮวางจอง บอกว่า เหล้าถูกดื่มหมดขวดเลย

“โอ้ว มายก๊อด เป็นเพราะเหล้านี่ ทำให้กล้ามเนื้อหน้าอ่อนแรง”

“ถ้างั้น…ควรทำยังไง ข้าต้องเป็นอย่างงี้ไปตลอดเหรอ แล้วถ้าฝังเข็มไปตรงนี้ล่ะ” ยองอิก ถาม

“ไม่ต้องห่วง มันพอรักษาได้ ไม่ต้องไม่ค่อยสบายใจ”

“อย่างนั้นเหรอ ถือว่ายังโชคดี”

ยองอิกได้รับการรักษาจนหาย จึงขอให้หมออัลเลนไปช่วยรักษาที่บ้านในวันหลัง แต่หมอปฏิเสธ บอกว่าตนจะเปิดคลินิก เพราะคงไม่สามารถไปรักษาคนไข้ทีละคนตามบ้านได้ ต้องให้คนไข้มาที่บ้าน ถึงจะรักษาคนไข้ได้มากขึ้น หลังกลับออกมาฮวางจองจึงถามหมออัลเลนว่าวิธีที่จะใช้รักษาใต้เท้ามินคืออะไร หมออัลเลนตอบว่าใช้ อิเล็กทริคชิตี้ เป็นเครื่องที่ใช้กระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้า

“อืม ทันเดอร์แอนด์ไลติ้ง แสงสีเหลืองแวบบนฟ้า ที่ดังครืน ๆ น่ะ” หมออัลเลน กล่าว

“ครืน ๆ ท่านหมายคือฟ้าร้องฟ้าผ่าน่ะเหรอ”

“ใช่ อิเล็กทริคซิตี้”

“อ๊า นั่น นั่นน่ะเหรอ อีเล็ก อ้า แปลว่าในนี้เก็บฟ้าผ่าฟ้าร้องเอาไว้เหรอ? โอ้..ข้ากลัวจนใจเต้นแรงไปหมดแล้ว”

“ใจเต้นแรงเหรอ มีอีกนะคุณฮวาง ตามผมมาสิ”

พระเจ้าโกจงมาพบยองอิก เมื่อรู้ว่าความสามารถการรักษาของหมออเมริกันยอดมาก ทางยองอิกจึงทูลเสนอให้เปิดการสาธิตการรักษาสักครั้งหนึ่ง

“ฝ่าบาท ไม่ได้นะเพคะ การรักษาแบบตะวันตก…ยังเป็นหลักสำคัญอ่อนไหว คนจะวิจารณ์ได้” มเหสี กล่าวทูล

“นั่นสินะ ที่เจ้าพูดมาก็ถูก”

“อีกไม่กี่วัน หมออัลเลนจะเปิดคลินิกรักษาคนที่บ้านของเค้าเอง ฝ่าบาทเสด็จไปพบเค้าเงียบ ๆ ก็ได้พ่ะย่ะค่ะ”

“เปิดคลินิกงั้นเหรอ โอ้ ข้าก็ต้องการจะไปดูเหมือนกัน”

“กระหม่อมจะคุ้มครองเสด็จเอง”

“แต่ก่อนอื่น ต้องรักษาหน้าเบี้ยว ๆ ของเจ้าซะก่อน ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องว่าพูดอะไร” มเหสี ตรัส

“ขอโทษพ่ะย่ะค่ะ”

หมออัลเลน ใช้เครื่องอิเล็กทริคซิตี้ รักษายองอิก จนกลับมาพูดได้อีกรอบ เขาจึงถือโอกาสบอกว่าตอนนี้พระราชาทรงพอพระทัยหมออัลเลนมาก อีกไม่กี่วันเมื่อเปิดคลินิกพระองค์จะประพาสลับ ๆ ขอให้เตรียมตัวไว้ นี่น่าจะเป็นโอกาสที่ดี

ยองอิก ได้พบกับโดยัง ก็สอบถามว่าจะให้ช่วยหาทางทำให้โดยังได้กลับไปเรียนที่สำนักการศึกษาใหม่ แต่โดยังปฏิเสธเพราะไม่ได้สนใจเรียนตรงนั้นมานานแล้ว ยองอิกสอบถามเรื่องบาดเจ็บแนะนำว่าลองไปให้หมออัลเลนตรวจดู อีกไม่กี่วันก็เปิดคลินิกแล้วความสามารถไม่เลวเลย และตอนนี้เขาได้ผู้ช่วยชาวโชซอนแล้วด้วย ชื่อบัณฑิตฮวาง เมื่อได้ยินเช่นนั้นโดยังก็ตะลึง

โดยัง กลับมาบอกคูฮอนผู้เป็นอา ว่าคนที่ฆ่าพ่อของตนยังมีชีวิตอยู่ และยังได้เป็นผู้ช่วยของหมออัลเลน คูฮอนว่า จะอยู่เฉยไม่ได้แล้วแต่ยังไงก็ต้องไว้ทุกข์ให้พ่อ 49 วัน

หมออัลเลนเผ่านาหายู แต่ฮวางจอง ขอตัวไปรออยู่ข้างนอก หมออัลเลนให้เขาทำตัวให้เหมือนผู้ช่วย

“เจ้าไปเป็นผู้ช่วยหมออัลเลนเหรอ?” ยู ถาม

“ใช่ครับ เป็นอย่างนั้นแหละ”

“บัณฑิตฮวางนี่ ชอบมีเรื่องให้แปลกใจได้ทุกที” ยู กล่าว

“ไม่รู้ว่าข้าทำให้คุณต้องเดือดร้อนเพราะข้าไปมากขนาดไหน ต้องขอโทษด้วยครับ”

“ก็ไม่เรียกว่าเดือดร้อนหรอก เรื่องทั้งหมด มันก็ผ่านไปได้ด้วยดี ยังไงก็ต้องถือว่าโชคดีมากแล้ว ข้าได้ยินมาว่าท่านหมออัลเลน จะเปิดคลินิกแล้วเหรอ?”

“ใช่ ผมถึงต้องเดินทางมาที่นี่ก่อน” หมออัลเลน กล่าว

“ไม่ใช่เรื่องอะไร เพราะว่ายังขาดยาบางสิ่งบางอย่าง แพทย์เลยอยากมาขอให้คุณช่วยเหลือ”

“อ้อ ถ้าเป็นเรื่องนั้น ข้าต้องช่วยแน่อยู่แล้ว”

“ขอบคุณท่านมาก คุณฮวาง”

“อ้อครับ นี่ครับท่าน”

ชักแท ทำตัวเป็นหมอดู ทำนายเรื่องคู่ให้กับ นังนัง และมียอง สาวหอนางโลม ชักแท ทำนายไม่ดีจนสองสาวไม่พอใจ

“โหงวเฮ้งของเจ้าเป็นคนอายุสั้น โอ้ ข้าหลุดปากเผยความลับไปแล้ว”

“หมอดูบ้าอะไรพูดอย่างงี้ พูดอะไรนะ หะ อายุสั้นเหรอ” มียอง กล่าว

“คุณหนู เค้าบอกว่าข้าจะตายเร็ว” นังนัง กล่าว

“ไม่หรอก ใครบอกว่าเจ้าจะตาย ไปกันเถอะ” มียอง กล่าว

“ไม่เชื่อก็อย่าเชื่อสิ ทำไมต้องเขวี้ยงเซียมซีด้วย” ชักแท กล่าว

“งั้นเจ้าก็ดูดวงตัวเองไปเถอะ”

“ดูสิแตกหมดเลย วันนี้ข้าดูแม่นออกจะตายนะ เพื่อให้นรัก อยู่ทางเหนือ โซกึนแกอยู่ทางเหนือเหรอ ทางนี้ ๆ ไปทางนี้ก็บ้านใต้เท้ายูน่ะสิ” ชักแท กล่าว

ชักแท มาหามักเซง ถามถึงบัณฑิตฮวาง เจ้านายของตน แต่มักเซง บอกว่าหนีไปด้วยกันแล้วยังกลับมาให้เกิดเหตุทำไม ชักแท จึงรู้ว่าตนทำนายถูกจริง ๆ

โดยังสอบถามโพโกว่าหาบัณฑิตฮวาง เจอมั้ย

“เอ่อ คือว่า” โพโก พูดไม่ออก

“คนที่ชุบเลี้ยงขอทานข้างถนนอย่างเจ้าจนได้มาเป็นมือปราบคือใครกัน?”

“ก็คือคุณชายครับ ข้า…รู้สึกสำนึกบุญคุณมาตลอด”

“สำนึกเหรอ สำนึกบุญคุณของเจ้าทำได้แค่นี้เหรอ ช่วงที่เจ้าแซ่ฮวางไปเป็นผู้ช่วยของหมออเมริกันที่ชื่ออัลเลน ตอนนั้นเจ้าทำอะไรอยู่?” โดยัง ถาม

“นี่ท่านรู้ได้ยังไงครับ จะจัดการยังไง จะให้ข้าไปเก็บมันเงียบ ๆ มั้ยครับ”

“ยังไม่ต้อง ต้องการจะฆ่ามันเมื่อไหร่ก็ได้ ข้าต้องการที่จะรู้จักมันมากกว่านี้หน่อย ถ้าฆ่ามันตอนนี้ คงมีเรื่องหลายอย่างคาใจ” โดยัง กล่าว

ทงอี จอมนางคู่บัลลังก์ ตอนที่ 59

“ว่ายังไงนะ พระมเหสีมีรับสั่งให้มาจับข้างั้นเหรอ เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ นั่นต้องไม่ใช่โองการของพระมเหสีแน่ มันเป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่ ต้องไม่ใช่อย่างนั้น พระมเหสีไม่มีทางรับสั่งอย่างนั้นแน่ นั่นเป็นของปลอม ต้องเป็นของปลอมแน่”

“ข้าเป็นคนสั่งเอง และนี่คือโองการข้างในที่ผ่านีคำสั่งออกมา” อินวอนการันตี

“พระมเหสี พระมเหสี นี่มัน นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมถึงทำกับกระหม่อมอย่างงี้”

“ท่านรองเจ้ากรม ยอมรับซะดีมากยิ่งกว่า ไม่ได้ยินที่ข้าพูดรึไง?” อินวอนตวาด

ทหารกรูเข้าจับกุมมูยอล มูยอลขัดขืนหันไปโกรธใส่ทงอี

“นี่มันอะไรกัน ทุกอย่างเปลี่ยนเป็นอย่างงี้ได้ยังไง ท่านใช้แผนการอะไร ท่านใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไรกันแน่?”

“คนที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมคือท่านต่างหากใต้เท้า ท่านยังมีหน้ามาย้อนถามข้าอีกรึ? ข้าเคยบอกแล้วว่าไม่ใช่คนทุกคนบนโลกจะเหมือนท่าน ท่านยังจำได้รึเปล่า คนที่เอาแต่ไขว่คว้าผลประโยชน์โดยไม่เลือกวิธีการ เพื่อให้ให้ได้มาซึ่งอำนาจ นี่คือการเมืองอย่างนั้นรึ ท่านเข้าใจผิดแล้ว การเมืองก็คือการลงโทษคนเลวพวกนั้น การเมืองก็เป็นอย่างงี้ไม่มีทางเลือก ผิดอย่างที่สุด ความจริงสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความจริงใจ ดังนั้นใต้เท้าจะได้เห็นกับตาว่าอะไรถึงจะเรียกว่า พลังที่แท้จริง”

“คิดว่าทำอย่างงี้ แล้วจะจับข้าไปลงโทษได้อย่างนั้นหรือ มีหลักฐานรึ ท่านจะมีหลักฐานยัดเยียดความผิดทั้งหมดให้ข้าได้เหรอ ในที่สุดคนที่ตายจะเป็นท่าน เข้าใจรึยังหา เพราะว่าท่านบังอาจคิดแผนคิดร้ายองค์รัชผู้สืบสกุล” มูยอลพยายามดิ้นหาทางรอด

“จนป่านนี้ท่านยังคิดว่า ข้าไม่รู้แผนการที่ท่านซ่อนเอาไว้อีกงั้นเหรอ ท่านคิดอย่างนั้นจริงหรือ?” ทงอียิ้มเยาะ

ทงอีมาพบอินวอน และคุยย้อนไปถึงเรื่องที่มเหสีอินวอนมีรับสั่งให้ทงอีออกจากวัง

“หม่อมฉันต้องการจะทูลถามพระองค์เรื่องเดียว ที่รับสั่งให้หม่อมฉันออกจากวังทันที นี่เป็นเพราะจางมูยอลใช่มั้ยเพคะ พระองค์ยังคิดว่าหม่อมฉันยังคิดร้ายกับรัชผู้สืบสกุล ใช่รึเปล่าเพคะ พระมเหสี เมื่อคืนหม่อมฉันยังมีอีกเรื่องที่ยังไม่กราบทูล จำได้มั้ยเพคะ พระมเหสี ตอนนี้พระราชา กำลังจะสละราชสมบัติ เพื่อให้ปกป้ององค์รัชผู้สืบสกุลและองค์ชายยอนอิง พระองค์ถึงตัดสินพระทัยที่จะทำอย่างงี้เพคะ”

“อะไรนะ สละบัลลังก์” อินวอนตระหนกตกใจมาก

“แล้วจางมูยอลก็รู้เรื่องนี้แล้วเพคะ เพราะฉะนั้น สิ่งที่จางมูยอลกลัวที่สุดในตอนนี้ ไม่ใช่ว่าหม่อมฉันคิดจะรังแกองค์รัชผู้สืบสกุล แต่เค้ากลัวว่าหากองค์ชายยอนอิงได้ขึ้นครองราชย์ในอนาคตจะเป็นภัยต่อเค้าเท่านั้นเพคะ” ทงอีบอก

“ซุกบิน อะไรเนี่ยซุกบิน?”

“จางมูยอลต้องการจะให้หม่อมฉันออกจากวัง แปลว่า เค้าต้องมีแผนการอะไรอยู่ ถ้าเป็นอย่างนั้นหม่อมฉันยินดีออกจากวังไป และปล่อยให้แผนการของจางมูยอลค่อย ๆ เปิดเผยความจริงนั้นออกมาเองเพคะ แม้กระนั้นก่อนที่จะทำอย่างนั้น หม่อมฉันอยากขอให้พระมเหสีทรงเชื่อความจริงที่หม่อมฉันทูล เพราะทั้งหมดนี้เป็นความจริง ได้โปรดประทานอนุญาตด้วยเถอะเพคะ ให้เวลาหม่อมฉันหน่อย หม่อมฉันขอเวลาสักหน่อยได้มั้ยเพคะ พระมเหสี หม่อมฉันจะพยายามสืบให้รู้ให้ได้ว่าแผนการที่จางมูยอลกำลังทำคืออะไรกันแน่” ทงอีอ้อนวอน

ทงอีให้นางในช่วยสืบหาข้อมูลและนำมาให้พระมเหสี โดยในงานเลี้ยงของขุนนางปลดเกษียณ เส้นทางที่องค์รัชผู้สืบสกุลเสด็จผ่าน ควรจะผ่านโคทงและทับทง จากนั้นจึงค่อยไปถึงยอน ฮวาบัง แต่เส้นทางเสด็จ กลับถูกเปลี่ยนกะทันหัน เป็นเส้นทางเดียวกับที่ทงอีต้องผ่านไปตำหนักลีฮยอน ซึ่งมูยอลต้องมีแผนการอะไรแอบแฝงอยู่

พระมเหสีนึกถึงตอนที่มูยอลมากราบทูลว่าทงอีคิดจะลอบปลงพระชนม์รัชผู้สืบสกุล ทำให้ตอนนั้นอินวอนลังเลว่าจะเชื่อใครดี

“ข้าก็ไม่รู้ ว่าทำไมในตอนนั้นข้าถึงได้ ตัดสินใจอย่างนั้น ข้าเองก็ไม่รู้ว่าทำไมตอนนั้นถึงได้เลือกสั่งจับจางมูยอลแทน เพราะเจ้าบอกข้าว่าเจ้าต้องการปกป้ององค์รัชผู้สืบสกุลละมั้ง ดังนั้นจำเป็นต้องมีใครคนนึงโกหกแน่ แต่ข้าเชื่อว่าสิ่งที่เจ้าบอกมันมาจากความจริงใจ มันดูไม่เหมือนการโกหก” อินวอนบอก

“พระมเหสี”

“ดังนั้นช่วยพิสูจน์ให้ข้าเห็นซุกบิน ว่าความจริงที่แทบไม่น่าเชื่อนั้น เป็นความจริงซักขนาดไหน”

“เพคะ หม่อมฉันจะทำให้ดีที่สุด ไม่ว่ายังไงหม่อมฉันก็จะไม่ทำลายความเชื่อถือของพระมเหสีเพคะ” ทงอีกล่าวอย่างมุ่งมั่น

พระเจ้าซุกจงช่วยหาหลักฐานมาให้ทงอี พอวูนเทคทราบก็แปลกใจมาก

“ในตอนแรกที่จางมูยอลกุมอำนาจทหารในวัง ข้าบอกพี่ชอนซูไปว่าจางมูยอลมีพฤติกรรมที่น่าสงสัยมาก มันควรต้องมีแผนการอะไรแน่ค่ะพี่ คนฉลาดอย่างเค้าไม่มีทางทำอะไรโดยไม่เหลือทางถอยให้ตัวเอง ดังนั้นเค้าไม่มีทางคิดลงมือฆ่าข้ากับองค์ชายยอนอิงแน่”

“คิดว่า เค้าไม่มีทางกล้าทำอะไรบ้างในวังหรือพ่ะย่ะค่ะ” ชอนซูถาม

“ใช่ ข้าคิดว่าอย่างนั้น ดังนั้นจะให้ทหารองครักษ์ กลับวังมาเวลานี้ไม่ได้”

“ถ้างั้น ทหารองครักษ์คงจะมีงานอื่นที่ต้องทำ”

“พี่ชอนซูคะ ข้าอยากขอให้คุณ รีบส่งม้าเร็วนำจดหมายไปส่งที”

“พ่ะย่ะค่ะพระสนม”

พระเจ้าซุกจงได้รับจดหมายจากทงอีก็ดีพระทัยมาก

“นี่มันลายมือทงอีนี่  เป็นจดหมายที่ทงอีให้คนนำมาเพื่อให้มอบให้กับข้า ท่านคิดว่ายังไงท่านแม่ทัพ”

“กระหม่อมว่า พระสนมทรงคาดเดาถูก พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมคิดว่าจางมูยอลคงไม่มีทางบุ่มบ่ามคิดปลงพระชนม์ โดยเฉพาะยามที่ฝ่าบาทประทับนอกวังและเค้ากุมอำนาจทางทหารอยู่ ฝ่าบาท ถ้าอย่างนั้นในตอนนี้พระสนม…” ใต้เท้าซอกราบทูล

“ซุกบินกับองค์ชายยอนอิงน่าจะยังไม่มีอันตรายหรอก เพราะฉะนั้น ข้าคิดว่าซุกบินน่าจะ ต้องการให้เราตามสืบการเคลื่อนไหวของพวกนั้น  แบบงี้น่าจะได้หลักฐานมัดตัวเค้า แต่ถ้ามีคนจากในวังออกมาตรวจทานต้องไม่พ้นหูตาของคนพวกนั้นแน่ แต่ถ้าเป็นทหารองครักษ์ที่อยู่นอกวังอยู่แล้วล่ะ ท่านเข้าใจความหมายของข้ารึเปล่า?”

“พ่ะย่ะค่ะ หมายความว่าทหารองครักษ์ความสามารถดีที่สุด สามารถลงมือสืบสวนเรื่องนี้ได้โดยที่ไม่มีใครรู้และสังเกตเห็น”

ทงอีสืบทราบว่าในน้ำที่คนแบกเกี้ยวดื่มเข้าไปมียาพิษเจือปนอยู่ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้จะถ่วงเวลาให้ทงอีออกจากวังช้าลง ขณะที่ซางฮอนก็คิดจะทำลายหลักฐานให้หมด และให้ลูกน้องหนีไปกบดานที่อื่น แต่ผู้ช่วยใต้เท้าซอจับกุมได้เสียก่อน